หน้าแรก การเมือง ย้อนประวัติ ‘...

ย้อนประวัติ ‘รัฐพิธี’ เปิด ‘ประชุมสภา’ จาก 2475 ถึงวันนี้ ครั้งแรกใน ‘สัปปายะสภาสถาน’

3.07.23 | 15:03 น.
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

นับเป็นอีกวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

3 กรกฎาคม 2566 รัฐพิธีเปิดประชุมสภาจะเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดสมัยประชุม ณ โถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา ในเวลา 17.00 น. โดยมีสมาชิกและบุคคลสำคัญ เช่น คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ ส.ส. ส.ว. รวม 936 คน เข้าร่วม

ถือเป็นครั้งแรกของการใช้พื้นที่ สัปปายะสภาสถาน เกียกกาย ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา โดยรัฐพิธีดังกล่าวในปี 2562 ใช้ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากการก่อสร้างและตกแต่งเสร็จไม่ทัน กระทั่งการเรียกประชุมครั้งแรก ก็จัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ สำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

28 มิ.ย.2475 เปิดประชุมสภาครั้งแรก

Advertisement

ย้อนกลับไปในอดีต การประชุมสภา ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2475 เวลาราวบ่าย 2 โมงเศษ สภาผู้แทนราษฎรที่มีสมาชิก 70 คน ได้เริ่มประชุม ณ ห้องโถงชั้นล่างของ พระที่นั่งอนันตสมาคม โดยจัดโต๊ะเก้าอี้เป็นรูปครึ่งวงกลมตั้งอยู่ในระดับเดียวกันเป็นการชั่วคราว ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลือก มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายพลตรี พระยาอินทรวิชิต เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยประธานสภา ได้ขออนุมัติที่ประชุมให้ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ดำรงตำแหน่งผู้แทนราษฎรซึ่งที่ประชุมเห็นชอบและได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นเลือกประธานคณะกรรมการราษฎร หรือนายกรัฐมนตรี และกรรมการราษฎร หรือรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมโหวตให้ มหาอำมาตย์โท พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นั่งเก้าอี้นายกฯ พร้อมด้วยรัฐมนตรี 14 นาย

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกนี้ ยังมีการพิจารณาและเห็นชอบการแต่งตั้ง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่ง หลวงประดิษฐ์มนูธรรม เสนอต่อที่ประชุมว่า ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ฉบับนี้เป็นธรรมนูญชั่วคราวเฉพาะ ถูกสร้างขึ้นด้วยเวลากะทันหันอาจมีข้อบกพร่อง จึงควรตั้งผู้มีความรู้ความชำนาญตรวจแก้ไขเพิ่มเติมให้เรียบร้อยบริบูรณ์ จำนวน 7 คน

ที่ประชุมสภา ตกลงกันด้วยว่าจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์ละ 3 ครั้ง คือ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนี้ให้ถือว่าเป็นการเปิดเผย ใครถามอะไรให้สมาชิกบอกได้ เว้นแต่สภาจะลงมติว่าเป็นการประชุมลับจึงปกปิด

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ประธานสภาฯ คนแรกในประวัติศาสตร์
การประชุมสภาในรัฐบาล พระยาพหลพลพยุหเสนา ราว พ.ศ.2480

พระราชดำรัสในรัฐพิธี

ในการเปิดประชุมรัฐสภาของไทยนั้น เป็นรัฐพิธีที่รัฐบาลกราบบังคมทูลขอพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธี หรือจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน โดยมีคณะบุคคลเฝ้าฯรับเสด็จ

นักวิชาการสันนิษฐานเบื้องต้นว่า มีที่มาจากธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศอังกฤษ ซึ่งถือกันว่าเป็นประเทศต้นแบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

ในการประชุมสภาครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกระแสรับสั่งเปิดประชุม โดย เจ้าพระยามหิธร เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร ได้เชิญพระกระแสรับสั่ง

ความว่า

วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นการสำคัญอันหนึ่งในประวัติการณ์ของประเทศอันเป็นที่รักของเรา ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านทั้งหลายคงจะตั้งใจรักษาความอิสรภาพของไทยไว้ชั่วฟ้าและดิน ข้าพเจ้าขออำนวยพรแก่บรรดาผู้แทนราษฎรทั้งหลายให้บริบูรณ์ด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา เพื่อจะได้ช่วยกันทำการให้สำเร็จตามความประสงค์ของเราและของท่านซึ่งมีจุดมุ่งหมายอันเดียวกันทุกประการเทอญ”

ต่อมา ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาด้วยพระองค์เอง 33 ครั้ง คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นผู้กระทำพิธีเปิดประชุม 6 ครั้ง และมีจำนวน 4 ครั้ง ที่ผู้แทนพระองค์เป็นผู้ประกอบรัฐพิธีเนื่องจากคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไม่สามารถมาได้

พระราชดำรัสพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2493 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมวิสามัญ มีความว่า

ท่านทั้งหลายคงจะตระหนักใจอยู่ว่า เหตุการณ์ของโลกกำลังอยู่ในระยะอันจะผันแปรไปสู่ทางร้ายหรือทางดีก็หามีผู้ใดอาจพยากรณ์ได้ไม่ เท่าที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้มีการขัดแย้งกันในทางลัทธิการเมือง แม้ใกล้ประเทศเรานี้เองก็ถึงกับประหัตประหารกันด้วยอาวุธ ด้วยมีความเห็นแตกแยกกัน สถานการณ์เช่นนี้ย่อมจะก่อให้เกิดความวิตกอยู่บ้างว่าจะเป็นการกระทบกระเทือนถึงประเทศไทยเพียงใด แต่ข้าพเจ้ามีความพอใจที่เห็นประเทศชาติของเรายังสามารถรักษาความสงบสุขไว้ได้ดี”

ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเปิดประชุมสภาครั้งแรกในรัชกาล เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2493 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

24 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ มีพระราชดำรัสแก่สมาชิกรัฐสภา ความว่า

“บัดนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2562 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้สมาชิกแห่งสภา พึงนึกถึงความสำคัญและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน จะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจทั้งปวง โดยเต็มสติปัญญาความสามารถ ด้วยความสุจริต และด้วยความคิดพิจารณาอันสุขุมรอบคอบ หนักแน่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้องเที่ยงตรง ตามหลักนิติธรรม และคุณธรรม ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไป โดยไม่ติดขัดและบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์ สมบูรณ์ บริบูรณ์ ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อย สัมฤทธิผล เป็นความผาสุก สุขสวัสดิ์ และความวัฒนาถาวรแก่อาณาประชาราษฎร์ และชาติบ้านเมือง ทั้งขอให้ทุกคนที่ประชุมร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ ประสบความสุขความเจริญทุกเมื่อถ้วนหน้ากัน”

สำหรับพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในครั้งนั้น ถือเป็นครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 24 พฤษภาคม 2562

จากพระที่นั่งอนันตสมาคม ถึง ‘รัฐสภา’

สำหรับสถานที่ประชุมสภานั้น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นสถานที่ใช้ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตามที่กราบบังคมทูลขอ นับแต่นั้น พระที่นั่งอนันตสมาคมถูกใช้เป็นสถานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ พ.ศ.2475 เป็นต้นมา กระทั่ง พ.ศ.2514 มีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ขึ้นทางทิศเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยใช้เวลาในการก่อสร้างราว 4 ปี

พ.ศ.2517 จึงย้ายการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปยังอาคารรัฐสภาบริเวณถนนอู่ทองใน และได้ใช้เป็นสถานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ด้วยความที่มีห้องประชุมเพียงห้องเดียวจึงสลับกันประชุมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

ต่อมา มีการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งล่าสุด “สัปปายะสภาสถาน” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพื้นที่ราชพัสดุถนนทหาร ย่านเกียกกาย  นับเป็นสถานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ โดยมีห้องประชุมแบ่งเป็น 2 ห้อง คือ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้องประชุมวุฒิสภา แยกจากกันเป็นสัดส่วน

พระที่นั่งอนันตสมาคม ใช้เป็นที่ประชุมสภาตั้งแต่ พ.ศ.2475 แม้ต่อมา ย้ายการประชุมไปยังอาคารรัฐสภา ถนนอู่ทองใน เมื่อ พ.ศ.2517 แต่ในการเปิดประชุมครั้งแรก ยังคงมีขึ้น ณ พระที่นั่งองค์นี้ โดยถือเป็นรัฐพิธีสำคัญ

9 ทศวรรษ ‘ชวเลข’ ยืนยงคู่สภา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องมีการบันทึกถ้อยความ คำกล่าวของบุคคลต่างๆ อย่างถี่ถ้วน นวัตกรรมล้ำหน้าที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 อย่าง “ชวเลข” ถูกนำมาใช้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนับแต่ครั้งแรก โดยมีการยืมตัว หลวงชวเลขปรีชา และนายสิงห์ กลางวิสัย เป็นผู้จดรายงานเฉพาะวันประชุมสภา ต่อมาในปี 2476 เมื่อตั้งกรมเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงเริ่มบรรจุข้าราชการตำแหน่งพนักงานชวเลข จากนั้น ในปี 2517 มีการตั้ง ศูนย์ชวเลขและพิมพ์ดีด กระทั่งปี 2535 มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสำนักงานรัฐสภาครั้งใหญ่ โดยแยกเป็น 2 สำนักงาน ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีเลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของแต่ละสำนักงาน

ต่อมา ในปี 2546 มีการปรับเปลี่ยนฝ่ายดังกล่าวเป็น “สํานักรายงานการประชุมและชวเลข” แบ่งส่วนราชการภายในเป็น 6 กลุ่มงาน นับเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่อยู่ยืนยงตั้งแต่อดีตกาลถึงยุคดิจิทัล

ข้อมูลและภาพส่วนหนึ่งจาก

1.สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

2.หนังสือ รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (2475-2517) โดย ประเสริฐ ปัทมสุคนธ์ จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยกลุ่มรัฐกิจเสรี เมื่อ พ.ศ.2517

3.พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

4.ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า

5.สำนักรายงานการประชุมและชวเลข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

  1. เว็บไซต์ พิพิธภัณฑ์รัฐสภา www.parliamentmuseum.go.th