‘คณิน’ จวกกติกาไม่เป็นธรรม-กรรมการไม่เป็นกลาง ทำ ‘ปชต.’ ไทยสาบสูญ

25.12.16 | 14:32 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายคณิน บุญสุวรรณ ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ กรธ.แถลงจะเพิ่ม มาตราใหม่ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบและธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อบังคับให้พรรคการเมืองต้องทำบัญชีจ่ายเงินเดือน ส.ส. พร้อมแจงที่มาของเงินและถ้าแจ้งเท็จหัวหน้าพรรคมีโทษว่า กรธ.ชักจะไปกันใหญ่แล้ว วันๆ มีแต่จะคิดหาวิธีที่จะเล่นงานนักการเมืองและพรรคการเมืองจนชักจะสงสัยแล้วว่ากฎหมายใช้บังคับแล้ว มีการเลือกตั้ง จะมีหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคสักกี่คนที่จะรอดพ้นจากการติดคุก และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และจะมีพรรคการเมืองสักกี่พรรคที่จะรอดจากถูกยุบพรรค การเขียนกติกาแบบนี้ในทางวิชาการเขาเรียกว่ากติกาที่ไม่เป็นธรรม ยิ่งถ้าไปเจอ กรรมการที่ไม่เป็นกลางเข้าไปอีก การเลือกตั้งและประชาธิปไตยมิต้องถึงคราวสาบสูญไปจากประเทศไทยอย่างเป็นการถาวรหรือ


นายคณินกล่าวว่า ที่บอกว่ากติกาไม่เป็นธรรมนั้น ไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นธรรมต่อนักการเมือง เพราะนักการเมืองนั้นถึงอย่างไรก็สู้ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องสู้ในกติกาที่เสียเปรียบ แต่ไม่เป็นธรรมต่อประเทศชาติและประชาชน เพราะเหตุว่าเป็นกติกาที่กำหนดขึ้นมาเพื่อให้องค์กรที่มาจากการแต่งตั้งโดยไม่ยึดโยงกับประชาชน มีอำนาจควบคุมและตรวจสอบองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือพรรคการเมือง หรือแม้แต่ประชาชนที่เป็นสมาชิก พรรคการเมือง ในขณะที่นักการเมือง พรรคการเมือง และประชาชน ไม่สามารถตรวจสอบหรือควบคุมองค์กรที่มาจากการแต่งตั้งเหล่านั้นได้เลย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา หรือแม้แต่นายกฯ และเมื่อเป็น กติกาที่ไม่เป็นธรรม อย่านึกว่าจะส่งผลกระทบต่อนักการเมืองหรือพรรคการเมืองเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศ

“กระบวนการทางการเมืองที่ถูกกำหนดโดยกติกาที่ไม่เป็นธรรม ซ้ำยังจะมีกรรมการที่ไม่เป็นกลาง คอยจ้องแต่จะเล่นงานนักการเมืองและพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ในขณะที่ยกย่องให้เกียรติบรรดาองค์กรและฝ่ายการเมืองที่มาจากการแต่งตั้งเสียราวกับเป็นเทวดานั้น นอกจากประชาธิปไตยจะไปไม่รอดแล้ว ประเทศก็จะไปไม่รอดด้วย จึงอยากจะขอให้ กรธ.ตั้งสติและนึกทบทวนถึงสิ่งที่ได้ทำมาตลอดนั้นว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือของใครกันแน่ หวังว่าขึ้นปีใหม่ 2560 ประชาชนคงจะได้เห็นคำตอบ” นายคณินกล่าว