รากฐาน การเมือง จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เส้นทาง ‘เพื่อไทย’

4.07.23 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : รากฐาน การเมือง จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เส้นทาง ‘เพื่อไทย’

ไม่ว่าจะมองผ่าน “ท่าที” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองผ่าน “ท่าที” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เหมือนกับจะเป็น “การถอย” เหมือนกับจะเป็น “การยอมรับ”

การที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้คะแนนกว่า 4 ล้านเสียง การที่พรรคพลังประชารัฐได้คะแนนกว่า 5 แสนเสียง

ย่อม “ชัดเจน” และ “แจ่มแจ้ง” ในเชิงคณิตศาสตร์การเมือง

Advertisement

ไม่ว่าจะเมื่อเทียบกับคะแนนกว่า 10 ล้านเสียงของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเมื่อเทียบกับคะแนนกว่า 14 ล้านเสียงของพรรคก้าวไกล

จำเป็นต้อง “ถอย” จำเป็นต้อง “เก็บของ”

เพียงแต่รากฐานทั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อประสานกับทั้งของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาแน่นหนาและมั่นคง

อาการ “ถอย” จึงดำรงอยู่ในลักษณะ “ดิ้น”

บรรดาคนที่คร่ำหวอดในการเมือง “เก่า” ย่อมจับอาการทั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ      พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออก

นั่นก็คือ มิได้ “สุกงอม” มิได้ “เต็มใจ”

คล้ายกับว่าการขยับปรับตัว ไม่ว่าที่สัมผัสผ่านแต่ละ “กระบวนการ” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ เป็นการตระเตรียม

ดำเนินไปภายใต้ “การวางแผน” ในแบบ “ลับ ลวง พราง”

เห็นได้จากจังหวะก้าวในการ “กระจายกำลัง” ทั้งแยกแตกตัวมาเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติโดยชู
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “จุดขาย”

และการ “ปล่อย” บางส่วนเข้าไปอยู่ใน “เพื่อไทย”

ไม่ว่าจะเป็นระดับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะเป็นระดับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ว่าจะเป็นระดับ นายสุชาติ ตันเจริญ

แยบยลยิ่ง แต่ก็ยากต่อการควบคุม บงการ

กระหึ่มแห่งบทสรุปที่ว่าทุกอย่างอยู่ในพิมพ์เขียวแห่ง “การดีล” คืออาวุธลับที่ฝังเอาไว้อย่างแยบยลในทางการเมือง

ภายใต้กลยุทธ์ “แยกกันเดิน” เพื่อ “รวมกันตี”

กระนั้น ที่ไม่อาจควบคุมได้อย่างเป็นจริงกลับเป็นจังหวะก้าวและการเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกล

เมื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประสานเข้ากับ “คณะก้าวหน้า”

ปรากฏการณ์ในทางการเมืองเกิดขึ้นและดำเนินไปตลอดสองรายทางแห่งการรณรงค์หาเสียง

พลันที่ปล่อยคำขวัญ “มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา”

รากฐานที่สะสมไว้จากยุค “อนาคตใหม่” ก็ผนึกตัวรวมพลังกับ “ก้าวไกล” อย่างมากด้วยกัมมันตะ

กวาดมาได้กว่า 14 ล้าน กำชัยแม้กระทั่งต่อ “เพื่อไทย”

อุปสรรคอันเกิดขึ้นภายหลังชัยชนะของพรรคก้าวไกล สะท้อนถึงขวากหนามอันดำเนินไปเหมือนกับ “เรือใบ” ที่วางเอาไว้

ไม่ว่าตำแหน่ง “ประธานสภา” ไม่ว่าตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”

การตัดสินใจ “เลือก” ของพรรคเพื่อไทยจึงทรงความหมาย เพราะได้กลายมาเป็นคู่ขัดแย้ง “ใหม่” โดยอัตโนมัติ

จะ “เดินหน้า” หรือ “ไปต่อ” อย่างไร