หน้าแรก การเมือง ‘บล.ทิสโก้’ ห...

‘บล.ทิสโก้’ หวั่นการเมืองวุ่น-ซ้ำศก.สหรัฐถดถอย กดหุ้นดิ่งแตะ 1,400 จุด

3.07.23 | 17:29 น.

‘บล.ทิสโก้’ หวั่นการเมืองวุ่น-ซ้ำศก.สหรัฐถดถอย กดหุ้นดิ่งแตะ 1,400 จุด

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ตลาดหุ้นไทย ให้ผลตอบแทนติดลบ 10% ถือว่า แย่มากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก (MSCI World Index) ที่ให้ผลตอบแทนบวกกว่า 12% ซึ่งหากไม่รวมความเคลื่อนไหวของหุ้นเดลต้าเพียง 1 ตัว จะทำให้ระดับดัชนีเคลื่อนไหวอยู่เพียง 1,400 จุดต้นๆ เท่านั้น โดยสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนไม่โดดเด่น ส่วนหนึ่งเพราะปัจจัยการเมืองในประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งประมาณการกำไรของตลาดที่ยังมีแนวโน้มถูกหั่นลงอยู่ ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยไปแล้วมากกว่า 1 แสนล้านบาท

“ไตรมาส 3/2566 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยที่หลุดระดับ 1,500 จุด กำลังสะท้อนภาพการเมือง ในประเทศที่ส่อแวววุ่นวาย คือการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า และมีชุมนุมประท้วง โดยบล.ทิสโก้มองว่า ดัชนีหุ้นไทยในไตรมาส 3 มีโอกาสลงทดสอบบริเวณ 1,450 จุด และในกรณีเลวร้ายที่เศรษฐกิจสหรัฐถดถอยเข้ามาผสมโรงด้วยอีก ดัชนีมีโอกาสลงทดสอบบริเวณ 1,400 จุด แต่น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ก่อนมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นในช่วงปลายปี” นายอภิชาติ กล่าว

นายอภิชาติ กล่าวว่า ปัจจัยการเมืองไทยนับถอยหลังการโหวตเลือกนายกฯ ในช่วงครึ่งหลังเดือนกรกฎาคมนี้ ในกรณีฐานบล.ทิสโก้ยังคงมุมมองเดิมว่า พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้รับการโหวตเลือกเป็นนายกฯ แม้สถานการณ์ปัจจุบันความเป็นไปได้กรณีนี้จะลดลงก็ตาม โดยแนะนำให้จับตาการโหวตเลือกประธานสภาฯ เป็นลำดับแรกก่อน หากผลการโหวตเลือกประธานสภาฯ ไม่ใช่ตัวแทนที่มาจากพรรคก้าวไกล

“ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามกระแสข่าวที่ปรากฎก่อนหน้านี้ มองเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ดีว่าการโหวตเลือกนายกฯ ในลำดับต่อไปอาจยืดเยื้อ-ไม่ราบรื่น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตลาด และจะเพิ่มโอกาสเกิดการพลิกขั้ว-จับคู่ใหม่ในการจัดตั้งรัฐบาล ในกรณีหลังนี้ก็จะสุ่มเสี่ยงเกิดการชุมนุมประท้วงได้”

Advertisement

นายอภิชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้บล.ทิสโก้มองทิศทางดอกเบี้ยยังมีความเสี่ยงที่จะปรับขึ้นสูงและนานกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยในอดีตธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าอัตราเงินเฟ้อเสมอประมาณ 1-2% จึงจะช่วยกดเงินเฟ้อให้ปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมายได้สำเร็จ แต่ระดับอัตราดอกเบี้ยเฟดในปัจจุบันอยู่เท่ากับระดับอัตราเงินเฟ้อเท่านั้น และแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐาน (ซีพีไอ) อาจยังมีความหนืดอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 5% ต่อปีจากแนวโน้มราคาสินค้าเริ่มปรับตัวสูงขึ้น

นายอภิชาติ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในเดือนกรกฎาคม บล.ทิสโก้แนะนำกลยุทธ์การลงทุนเป็น 2 ส่วนแบบสมดุลระหว่างหุ้นเชิงรับและหุ้นเชิงรุก (Barbell Strategy) 1.หุ้นเชิงรับ บล.ทิสโก้ยังชอบหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่มีค่า Beta น้อยกว่า 1 ต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว เพราะน่าจะทนทานต่อความไม่แน่นอนของตลาดเดือนนี้ แนะนำ ADVANC, BBL, BDMS และCPALL และ 2.หุ้นเชิงรุก บล.ทิสโก้แนะนำหุ้นที่กำไรไตรมาส 2/2566 จะเติบโตได้และราคาปรับตัวลงลึกทำให้กลับมามี Upside น่าสนใจ แนะนำ EGCO, HANA, MENA และ SISB โดยแนวรับสำคัญของดัชนีในเดือนกรกฎาคมนี้ อยู่ที่ 1,450- 1,460 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,420- 1,430 จุด และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,520-1,540 จุด และ 1,575 จุด