‘พิธา’ มั่นใจโหวตปธ.สภาราบรื่น พร้อมยอมรับ ผู้นำที่ดีรุกได้ถอยเป็น

4.07.23 | 10:05 น.

‘พิธา’ มั่นใจ โหวต ปธ.สภาราบรื่น ทั้งว่าที่ฝ่ายค้าน-ฝ่าย รบ.พร้อมยอมรับ เชื่อผู้นำที่ดีรุกได้ถอยเป็นจะทำให้ ส.ว.ยอมโหวตตนเป็นนายกฯ 

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่อาคารรัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการประชุมสภาในวันนี้จะไม่มีอะไรที่พลิกโผไปจากการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ ว่าคิดว่าน่าจะราบรื่นไปด้วยดี แต่จะมีการประชุมย้ำ ส.ส.กันอีกครั้งเพื่อให้การโหวตลงคะแนนราบรื่น โดยจะส่งนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ไปคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.)

เมื่อถามถึงได้มีการทำความเข้าใจกับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรค ก.ก. หลังจากที่ไม่ได้ตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ทำความเข้าใจกันมาตลอด ซึ่งนายปดิพัทธ์ก็อยู่ร่วมกับการตัดสินใจด้วย เป็นไปตามที่นายปดิพัทธ์ได้ให้สัมภาษณ์ “หน้าที่ไม่ใช่หน้าตา” ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่านายปดิพัทธ์จะได้ตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 1 นั้น นายพิธากล่าวว่า รอเสนอชื่อ

เมื่อถามต่อว่า หากฝ่ายรัฐบาลเดิมเสนอชื่อชิงประธานสภา มีแผนสำรองหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เท่าที่ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา หากฟังจากสัมภาษณ์ของทั้ง 2 ฝั่งคิดว่าจะน่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อถามถึงกรณี นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่เลือกแคนดิเดตประธานสภาที่ถูกเสนอโดยพรรค ก.ก. นายพิธากล่าวว่า เมื่อวานตนเห็นแค่พาดหัวข่าวนายธนกรที่ชมว่านายวันนอร์เป็นคนที่มีประสบการณ์และความเหมาะสม ตนเห็นแค่นั้น

Advertisement

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาย้ำว่าจะสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯต่อไปนั้น การรักษาเอกภาพและมิตรภาพของทั้ง 8 พรรคเป็นสิ่งสำคัญ เป้าหมายที่ใหญ่กว่าแสดงให้เห็นถึงความหนักแน่น และความคงเส้นคงวาของพรรค ก.ก. ที่เห็นว่าหลักการสำคัญกว่าบุคคล ซึ่งเมื่อได้มีโอกาสคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ นายวันมูหะมัดนอร์ก็รับหลักการทุกอย่างให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ รวมถึงกฎหมายสำคัญๆ อีก 4 ข้อ และมีการพูดคุยการดูแลเรื่องกฎหมายญัตติเป็นสิ่งสำคัญ และมีการตกลงร่วมกัน

เมื่อถามว่า พรรค พท.ไม่มีการแย้งกฎหมายนิรโทษกรรมใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า หากแถลงร่วมกันก็น่าจะจบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

เมื่อถามถึงเสียง ส.ว.ที่จะสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯนั้นมีจำนวนเท่าไหร่แล้ว นายพิธากล่าวว่า รอดูเวลาใกล้ๆ แต่มากขึ้นเรื่อยๆ

“คิดว่าการส่งสัญญาณภาวะผู้นำที่ดี รุกได้ถอยเป็นและรู้หลักการในการนำเสนอ พรรคอันดับ 1 ต้องเสนอประธานสภา แต่ในขณะเดียวกัน การรักษาเอกภาพให้ได้เป้าหมายที่ใหญ่กว่าก็เป็นสิ่งสำคัญ แสดงให้เห็นว่าผู้นำคนนี้ก็เข้าใจ เวลารุกก็ต้องรุกให้สุด เวลาถอยถ้าไม่เสียหลักการ ต้องการที่จะเห็นความก้าวหน้าของสภาและเจตจำนงของประชาชนเป็นที่ตั้ง ก็น่าจะแสดงบางอย่างให้ ส.ว.เห็น

ส่วนทัศนคติของนายวันชัย ส.ว. จะสื่อถึงสัญญะอะไรหรือไม่นั้น ก็เป็นสัญญะส่วนตัวของนายวันชัยเอง

เมื่อถามว่า มีการมองข้ามช็อตไปถึงการโหวตนายกฯแล้วหรือยัง นายพิธากล่าวว่า เวลามองก็ต้องมองไกลๆ เวลาปฏิบัติต้องปฏิบัติวันต่อวัน วิถีการทำงานต้องเป็นอย่างนี้ ส่วนการเคลียร์ใจกับพรรค พท.ได้มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด แต่สถานการณ์การทำงานต้องมีทั้งที่เห็นด้วยและต้องถกกันมากขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยมาตลอด 4 ปี ถ้าทำงานด้วยความเข้าใจ เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน วันนี้น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าทั้งพรรคเข้าใจว่าการถอยออกมาและการที่ต้องการจะให้มีฉันทามติร่วมกันก็สามารถที่จะบริหารจัดการได้ ภาวะผู้นำของ 8 พรรคก็น่าจะสูงขึ้น

เมื่อถามต่อว่าการรุกได้ถอยเป็นนั้นรวมไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า รุกได้ถอยเป็นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บริบทข้อมูล ต้องดูเป็นกรณีๆ ไป คนที่เป็นผู้นำต้องตัดสินใจเป็น

“บางครั้งถ้าคุณจะก้าวกระโดด คุณก็ต้องถอยนิดนึง ถ้าคุณไม่ถอย ยืนอยู่กับที่ก็กระโดดได้ไม่ไกล แต่ต้องไม่ขัดต่อหลักการ สิ่งที่ได้สัญญากับประชาชน คุณค่าของพรรค และไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง” นายพิธากล่าว

เมื่อถามย้ำว่า ยังยืนยันว่าจะแก้ไข ม.112 ใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ก่อนเลือกตั้งเป็นอย่างไร หลังเลือกตั้งก็เป็นอย่างนั้น คงมีแต่ยื่นเข้าสภาอยู่ดี

เมื่อถามว่า การให้นายวันมูหะมัดนอร์ขึ้นเป็นประธานสภา จะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และจะส่งผลต่อเสถียรภาพต่อรัฐบาลหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เท่าที่ตนดูลมฟ้าอากาศจากหลายๆ สื่อน่าเอามาเป็นการตอบรับที่ดี ซึ่งตนก็เคยมีโอกาสทำงานกับนายวันมูหะมัดนอร์ ก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์จะลาออก เชื่อมั่นว่าจะเป็นคนที่ทำให้สภาก้าวหน้าได้ ตามที่นายปดิพัทธ์เคยเสนอวิสัยทัศน์ไว้

เมื่อถามว่า นายวันมูหะมัดนอร์จะเป็นเหมือนร่างทรงพรรค พท.หรือไม่ เนื่องจากมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นายพิธากล่าวว่า ก็ต้องเป็นแค่เสมือน ตนคิดว่านายวันมูหะมัดนอร์เป็นผู้ใหญ่และมีความคิดเป็นของตน ได้พิสูจน์ตนเองมาตั้งแต่ปี 2522 เชื่อว่าจะทำให้รัฐสภาก้าวหน้าและไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน