เลขา ครป.ผิดหวังศึก ปธ.สภา แนะจับตาเลือกนายกฯ ต้องฝ่าด่าน ส.ว. ห่วงการเมืองไทยล้มเหลวซ้ำ
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่ 2 พรรคใหญ่ไม่สามารถตกลงกันเรื่องประธานสภาได้ จนต้องมีประธานสภาคนกลางจากพรรคที่ 3 คือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งสะท้อนว่ามีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องประธานสภาจากทั้ง 2 พรรคจริง
“ไม่ทราบว่าทำไมพรรคเพื่อไทยไม่อาจยอมรับประธานสภาจากพรรคก้าวไกลได้ และทำไมพรรคเพื่อไทยไม่เสนอประธานสภาจากพรรคตนเอง การแถลงข่าวค่ำวานนี้ สะท้อนปัญหาเชิงซ้อนทางการเมืองไทย พรรคก้าวไกลยอมรับประธานสภาคนกลางเนื่องจากไม่อาจทัดทานการต่อรองของพรรคเพื่อไทยได้ ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ไม่อาจเสนอนายสุชาติ ตันเจริญ กลุ่มบ้านริมน้ำได้ เพราะคนรุ่นใหม่ในพรรคต่อต้าน เนื่องจากจะขัดแย้งกับมติประชาชนซึ่งจะทำให้พรรคเสียหายร้ายแรง ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางการเมืองนี้ทำให้นายภูมิธรรมต้องนำเสนอนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แทน ซึ่งเป็นคนเก่าของพรรค ต่อรองได้
การแถลงข่าวเมื่อวานนี้การที่นายภูมิธรรม ชิงพูดก่อน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย่อมแสดงว่า รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนนี้คือผู้จัดการรัฐบาลตัวจริง ที่ประสานกับเลขาธิการพรรคก้าวไกล และต่อตรงกับผู้มีบารมีนอกพรรคได้ การที่พรรคเพื่อไทยมีหลายก๊กหลายกลุ่มหลายมุ้งทางการเมืองทำให้พรรคเพื่อไทยไม่มีเอกภาพ และการที่พรรคเพื่อไทยให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จากกลุ่มสามมิตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มาร่วมแถลงข่าวด้วยถือว่าไม่ให้เกียรติประชาชน
เพราะประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยเพราะเป็นขั้วตรงข้ามความขัดแย้งกับ คสช. และเลือกพรรคก้าวไกลเพราะว่าต้องการอนาคตใหม่ที่ก้าวข้ามความขัดแย้งแบบเก่า คืออยากก้าวข้าม พล.อ.ประยุทธ์ และคุณทักษิณ แต่การเมืองก็ติดหล่มอำนาจเหมือนเดิม โดยเฉพาะหล่มอำนาจในรัฐธรรมนูญที่ออกแบบสืบทอดอำนาจไว้ให้ ส.ว.เป็นอำนาจที่ 3 ร่วมเลือกนายกฯด้วย” นายเมธากล่าว
นายเมธากล่าวว่า การสื่อสารทางการเมืองที่ไม่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา น่าจะเพราะถูกแทรกแซงโดยกลุ่มอิทธิพลในพรรคที่เชื่อมประสานกับกลุ่มอำนาจในรัฐบาลเก่า โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตรและกลุ่มบ้านริมน้ำ ที่อาจพยายามจะเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลใหม่ร่วมกับผู้มีบารมีในพรรค โดยการต่อรองด้วยผลประโยชน์มหาศาลและคดีความต่างๆ พร้อมบ่อนทำลายพรรคร่วมอย่างต่อเนื่อง แต่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและคณะคนรุ่นใหม่น่าจะไม่ยอม เพราะกลัวจะถูกกล่าวหาทรยศประชาชน ความไม่เป็นเอกภาพนี้ อาจทำให้คนในพรรคเพื่อไทยจะไม่มีใครไว้ใจกันต่อไปในอนาคต
“แม้ว่าวันนี้การต่อรองจะสงบลงแล้ว ตำแหน่งประธานสภา คือคนกลาง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ ที่ทั้ง 2 พรรคใหญ่ต้องจำยอมถอยออกมาคนละก้าวเหลือเพียงด่านต่อไปในสัปดาห์หน้า ที่การเลือกนายกรัฐมนตรีจะต้องฝ่าฟันให้ผ่านด่าน ส.ว. ตามกับดัก คสช. ซึ่งต้องเรียกร้องให้ ส.ว.โหวตตามมติประชาชน และไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา โดยต้องทำตามฉันทานุมัติของประชาชนและหลักการประชาธิปไตย โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามมติสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้าติดกับดักอำนาจนี้ การเมืองไทยจะล้มเหลววกกลับการเมืองแบบเก่า แม้เราจะได้นายกฯจากพรรคเพื่อไทยเป็นตาอยู่ในก๊อก 2 ก็ตาม
“ถ้าผ่านไปได้ด้วยดี คงต้องลุ้น ครม. พิธา (1) ต่อไป ว่าจะมีหน้าตาอย่างไร จะบริหารบ้านเมืองได้แตกต่างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แค่ไหน และแต่ละพรรคต้องตอบสังคมว่า รายชื่อรัฐมนตรีแต่ละคนนั้นมีความเหมาะสมกับภารกิจแต่ละกระทรวงอย่างไร” นายเมธากล่าว

