หน้าแรก การเมือง ส.ว.ขอเถอะ ก้...

ส.ว.ขอเถอะ ก้าวไกล ลดเพดาน แก้ 112 แล้วไปทำเรื่องปากท้อง อย่าเพิ่มความขัดแย้ง

4.07.23 | 14:26 น.

ส.ว.ขอ ‘ก้าวไกล’ ลดเพดานแก้ ‘ม.112’ ชี้อย่าสร้างเงื่อนไขเพิ่มความขัดแย้ง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน และ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวภายหลังการรับหนังสือจากกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกลุ่มรามคำแหงรักสถาบัน ถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลจะเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยนายเสรีกล่าวว่า เรื่องการโหวตคงต้องดูอีกหลายๆ เรื่อง แต่ในส่วนของการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถือเป็นเรื่องหลักและสำคัญในวุฒิสภา ซึ่งแม้จะยังไม่มีการประชุมสภาใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ที่ได้มีการพูดคุยกันก็ให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารประเทศ อีกทั้งยังเสนอแนวทางการแก้ไขกฎหมายที่กระทบกับพระราชอำนาจ

ด้านนายสมชายกล่าวเสริมว่า ตนไม่เชื่อว่า 14 ล้านเสียงจะต้องการให้มีการแก้ไข หรือยกเลิกมาตรา 112 และสิ่งที่กระทบต่อการล้มล้างรัฐธรรมนูญและร่างใหม่ ในหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นความมั่นคงของชาติ เราพยายามสื่อสารกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) อยู่แล้วว่าให้ลดเพดานเรื่องนี้ลง เพราะเป็นผลกระทบต่อความสงบสุขของประเทศ ทาง ส.ว.ได้แสดงเจตนารมณ์หลายครั้งว่าเรื่องเหล่านี้นำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นฝ่ายการเมืองควรแก้ปัญหาในสภา ง่ายที่สุดคือการอย่าไปละเมิด เอานโยบายมาหาเสียง และไปกระทบกับประชาชนกลุ่มที่ไม่ได้เลือก แม้กระทั่งกลุ่มที่เลือกเองก็ไม่ได้เห็นด้วย

“เรียนไปยังพรรคก้าวไกลว่าเรื่องนี้เลิกไปเถอะครับ แล้วไปทำงานให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องที่เขาฝากความหวังมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ ที่เขาอยากได้ ใน 300 นโยบาย มีตั้ง 290 กว่านโยบายที่เขาอยากได้ที่ไปหาเสียงไว้” นายสมชายกล่าว

Advertisement

นายสมชายกล่าวอีกว่า ยิ่งได้ฟังการแถลงร่วมเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาตนยิ่งหนักใจ เพราะยกระดับในเรื่องวันชาติ การสนับสนุนเรื่องการทำประชามติ รวมถึงการนิรโทษกรรมคดีการเมือง โดยเฉพาะมาตรา 112 ที่เราเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่ ทำไมไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมว่าไป หรือการแก้ไขกฎหมายบางประการที่เกี่ยวกับความมั่นคง ตั้งแต่เลือกตั้งมาจนถึงวันนี้ ยังไม่เห็นการแก้ไขนโยบายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไร ส.ว.ก็รอฟังอยู่

“เรื่องนี้เราขอให้ลดเพดานลง ถ้าลดได้ เราก็เดินหน้าประเทศได้ แต่ถ้าเราเดินต่อยิ่งเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปเรื่อยๆ มันก็นำไปสู่ความขัดแย้ง แล้วก็ทำให้ ส.ว.ไม่สบายใจมากขึ้นในการโหวต” นายสมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ ส.ว.ให้พรรคก้าวไกลยอมถอยเรื่องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จะรวมถึงเรื่องวาระการนิรโทษกรรมคดีการเมืองด้วยหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า การนิรโทษกรรมไม่ใช่เรื่องของการเสนอแก้กฎหมาย แต่เป็นกระบวนการที่จะช่วยเยาวชนที่ถูกคดีในปัจจุบัน ซึ่งพวกเราก็ไม่ได้มีอะไรขัดข้อง เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นถ้าไม่มีผู้ใหญ่ไปให้ท้าย หรือมีนักการเมืองไปสร้างปัญหา ยุยงให้เด็กกระทำผิดจนเสียอนาคต เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแนวทางที่จะหาทางออกได้คือการนิรโทษกรรม ซึ่งทำให้เด็กเห็นว่าหากมีการนิรโทษกรรมแสดงว่าการที่กลุ่มเด็กๆ ทำไปนั้นถูกหลอกใช้ตกเป็นเครื่องมือจะได้ไม่กระทำอีก เพราะสังคมไทยพร้อมที่จะให้โอกาสทุกคนอยู่แล้ว และไม่กระทำอีก แต่หากเป็นการเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย และไม่โหวตผ่านอย่างแน่นอน

ด้านนายสมชายกล่าวต่อว่า ตนยังมองว่าการเสนอวาระนิรโทษกรรมไม่ชัดเจนว่าคดีอะไร รวมคดีอื่นๆ เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่นทางการเมือง หรือการเผาทำลายต่างๆ คือการเมืองด้วยหรือไม่ ซึ่งต้องเอารายละเอียดให้ชัดเจน ส่วนเรื่อง ม.112 ตนมองว่ากฎหมายไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เพราะคนไปแจ้งความ สุดท้ายสำนวนก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และศาลที่ทำ และมีกระบวนการพิจารณาต่างๆ รวมทั้งศาลก็มีเมตตาให้ประกัน แต่ก็มีคนยุยงให้มีการหมิ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงมองว่า จะต้องเอาผิดคนยุยงด้วย

นายสมชายกล่าวอีกว่า ตนคิดว่าการปลุกปั่นเพื่อต้องการที่จะดันให้สังคมไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้นต่อสถาบัน และอาศัยเงื่อนไขที่อ้างว่าจะมีการนิรโทษกรรมให้ ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายมากขึ้น และสอดรับกับสิ่งที่พวกคุณเสนอแก้ไขมาตรา 112 ให้ฐานความผิดที่ลดลงไปกว่าบุคคลทั่วไป

“เราเสนอไปแล้วว่าให้ลดเพดานลง เพราะมันกระทบต่อความไม่สงบสุขของประเทศ มีคนที่เขาไม่เห็นด้วยกับคุณเยอะมาก มากกว่าคนที่เลือกคุณอีก” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวทิ้งท้ายว่า ฉะนั้น ขอให้หยุดเลย หรือเลิกได้หรือไม่ แล้วไปทำเรื่องปากท้อง ซึ่งเราเห็นด้วยที่ได้เสียงจากประชาชนมา และมีความคิดสมัยใหม่ในเรื่องเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แต่ขอเรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะประเทศไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ควรที่จะนำความคิดของคุณมาผสานกับคนรุ่นใหม่ไปพัฒนาประเทศ แต่หากยังวนอยู่แบบนี้ประเทศก็ไปไหนไม่ได้ ซึ่งในส่วนตัวตนยังมองว่าเรื่องนี้ยังไม่ผ่าน และไม่เห็นด้วย ไม่โหวตให้ผ่านจนกว่าจะมีการแถลงที่ชัดเจน พูดต่อสาธารณะว่าจะลดเพดานลงให้สังคมเดินต่อไปได้