หนึ่ง–ณกร ชารีพันธ์ ส.ส.มุกดาหาร เขต 2 พรรคก้าวไกล (ก.ก.) วัย 33 ปี เป็นชาว อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร จบการศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนในอำเภอนิคมคำสร้อย จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
หลังจบการศึกษา ไปเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร ทำให้หลายคนเรียกว่า “เภสัชหนึ่ง” ต่อมาได้ลาออกเพื่อไปลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.พรรค ก.ก. ตระเวนลงพื้นที่หาเสียงด้วยตนเองทุกตำบลในพื้นที่เขต 2 โดยไม่มีขบวนหรือทีมงานเหมือนผู้สมัคร ส.ส.รายอื่นๆ
เภสัชหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทำการบ้านมาก่อน โดยศึกษาและรวบรวมปัญหาของชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่เขต 2 แล้วนำมาวิเคราะห์หาวิธีแก้ปัญหานำเสนอเป็นนโยบายเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ อาทิ การแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินให้เกษตรกรและประชาชนได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
รวมทั้งการขยายเขตประปาให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ชุมชน ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร การปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ ตำรวจ และทหาร การแก้ปัญหายาเสพติดทั้งกัญชาและยาบ้า เนื่องจากปัจจุบันเยาวชนตามหมู่บ้านต่างๆ เข้าถึงได้ง่าย จนกลายเป็นปัญหาที่พ่อแม่กังวลว่าบุตรหลานจะติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เภสัชหนึ่งบอกอีกว่า ตอนแรกที่ลาออกจากงานไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ก็ไม่คิดว่าจะมาไกลถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว แต่เมื่อมาวิเคราะห์ดูปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำไม่ไหล น้ำมันแพง ยางพาราราคาตกต่ำ ที่ดินของเกษตรกรที่อยู่อาศัยมานับร้อยปีแต่ยังไม่ได้รับโฉนดที่ดิน ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งนั้น
ดังนั้น การเมืองจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และประชาชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง จึงยึดหลักว่า “จงอย่ารอการเปลี่ยนแปลง แต่จงเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง” ก็ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุน ขอบคุณน้ำทุกแก้วที่นำมาให้ดื่มระหว่างเดินหาเสียงในตำบลต่างๆ
คะแนนเสียงที่ได้รับมาจากกลุ่มคนที่มีแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงประเทศ และกระแสสนับสนุนพรรค ก.ก.ให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง และนโยบายของพรรคที่ตรงใจพี่น้องประชาชน เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง
การขับเคลื่อนสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งตั้งใจไว้ว่าจะเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หลังได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. คือ การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งมีเกษตรกรได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อ.ดงหลวง เนื่องจากมีที่ทำกินอยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ
อีกทั้งเร่งรัดผลักดันให้เปลี่ยนสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ซึ่งมีข้อจำกัดในการเปลี่ยนมือการครอบครอง ห้ามซื้อขายยกเว้นแต่การโอนมรดกให้กับทายาทตามกฎหมายเท่านั้น ทำให้เกษตรกรขาดความมั่นคงขั้นพื้นฐานในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เพราะทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ จึงต้องการเปลี่ยน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนดที่ดินด้วยการพิสูจน์สิทธิในที่ดิน และเพิกถอนสภาพที่ดินของรัฐที่ประกาศทับพื้นที่ชุมชนที่อยู่มาก่อน
งบประมาณในการพิสูจน์สิทธิที่ดินมีเพียงปีละประมาณ 300 ล้านบาท ทำให้การดำเนินการพิสูจน์สิทธิเป็นไปด้วยความล่าช้า จึงต้องการผลักดันให้เพิ่มงบประมาณเป็น 10,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถพิสูจน์สิทธิในที่ดินทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 13 ล้านไร่ ให้สำเร็จเรียบร้อยภายในเวลา 5 ปี

