จบอีกด่าน เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
“วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ฉลุย นั่งเก้าอี้ แบบไร้คู่แข่ง ไม่ต้องลงคะแนนโหวตแต่อย่างใด
รองประธานคนที่สอง “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” จากพรรคเพื่อไทย ก็เข้าป้าย ดำเนินไปในสูตรเดียวกัน คือไม่ต้องนับแต้ม
ที่ทำเอาด้อมส้ม เสียวไส้ ก็ขั้ว 8 พรรค ส่ง “หมออ๋อง”-ปดิพัทธ์ สันติภาดา ชิงรอง 1 โดยอีกฝั่งส่ง “วิทยา แก้วภราดัย” ผู้แทนรวมไทยสร้างชาติ ประกบสู้ ไม่ยอมให้ฉลุยง่ายดายเหมือนกับสองคน
แต่ผลการลงคะแนนลับ
ไม่มีอะไรในกอไผ่
หมออ๋อง ได้แต้มสูงกว่าหน้าตักเสียง ส.ส. 8 พรรค ขยับนั่งเก้าอี้สมใจ
กลายเป็น “วิทยา” เสียอีก ที่ได้ 105 คะแนนต่ำ กว่าจำนวนที่นั่งของฝั่ง รัฐบาลเดิม ซึ่งมีตัวเลขเต็ม ยังไม่หักออก อยู่ที่ 188
มี ส.ส.งดออกเสียงพึ่บพั่บ ไม่ลงคะแนนให้ 77 คน
8 พรรคเหนียวแน่น เสียงเป็นปึกแผ่น โหวตอุ้มปดิพัทธ์ แต่อีกข้าง กลับเสียงแตก เท “วิทยา”
77 คน ที่งดออกเสียงนั้น จับมือใครดมไม่ได้
แต่ก็มีผู้พยายามแกะรอย หากันวุ่น สงสัยอาจเป็นพรรคที่ 9 หรือไม่ ที่จะมาเติมเต็มเสียงให้กับ ขั้ว “พิธา” ที่มีอยู่ในมือปัจจุบัน 312 เสียง
ขาดอีก 64
ตัวเลขมันออกมาพอเหมาะ พอดี
แม้ตัวเลขที่งดออกเสียงนี้ จะไม่มีความหมายต่อการช่วยอุ้ม วิทยา ขึ้นเป็นรอง 1 ก็ตาม
เนื่องจาก โหวตให้หรือไม่ มีผลเท่ากัน ไม่อาจเอาชนะ แต้มฝ่ายเสียงข้างมาก ที่ผนึกหนุน “หมออ๋อง” ได้
แต่ก็แสดงถึงสัญลักษณ์ความเป็นเอกภาพปึกแผ่นของ
ฝ่ายนั้น เมื่อเสียงแตกก็น่าคิด
มีดีลลับหรือไม่
และดีลลับนั้น เป็นเฟสสองของการ โหวตเลือกนายกฯ หากพิธาหมดลุ้นแล้ว ถึงคิว “เพื่อไทย” ได้ลุ้นหรือไม่
การเมืองแบบไทยๆ ใช่–ไม่ใช่ มันมองได้ เป็นไปได้ทั้งนั้น
ไม่มีอะไรแน่นอน

