หน้าแรก การเมือง ‘บิ๊กอสังหา’ ...

‘บิ๊กอสังหา’ จับตาเกมโหวตพิธา นั่งนายกฯ ชี้ยัง 50:50 จี้ตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็ว ยิ่งดีต่อศก.

5.07.23 | 08:18 น.
นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) (ซ้าย) นายวสันต์​ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (ขวา)

‘บิ๊กอสังหา’ จับตาเกมโหวต’พิธา’นั่งนายกฯ ชี้ยัง 50:50 จี้ตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็ว ยิ่งดีต่อศก.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีการโหวตให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภานั้น จึงไม่กังวลต่อสถานการณ์การเมืองมากนัก เพราะไม่ว่ายังไงพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล เพราะทั้งสองพรรคเป็นผู้ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด

อย่างไรก็ตามมองว่าการที่เลือกนายวันนอร์เป็นประธานสภา เพื่อทำหน้าที่คุมการโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะต้องมีการโหวตหลายครั้งจนกว่าจะผ่าน แต่ถ้าหากนายพิธาไม่ผ่าน ยังมีแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยอีก ตอนนี้จึงมองว่าระหว่างนายพิธาและพรรคเพื่อไทยยัง 50:50 สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ยังไงก็ต้องไปด้วยกัน ซึ่งทั้งสองพรรคเปรียบเสมือนช้อนกับส้อมที่ต้องคู่กัน และพรรคก้าวไกลคงไม่โดนเทเป็นฝ่ายค้าน” นายศานิตกล่าว

นายศานิตกล่าวว่า เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ จะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และจัดสรรเก้าอี้กระทรวงต่างๆ ให้เสร็จภายในสิงหาคมนี้และต้องเริ่มเดินหน้านโยบายในทันทีในช่วง 4 เดือนสุดท้ายที่เหลือของปีนี้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาภาวะหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลกดดันต่อกำลังซื้อในทุกภาคธุรกิจ ซึ่งการวางทีมเศรษฐกิจคุมกระทรวงหลักอย่างกระทรวงการคลัง คุมธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สภาพัฒน์ฯ ต้องจัดสรรโควต้าตามความรู้ ความสามารถให้เหมาะสมถึงจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ และที่สำคัญต้องผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าให้ทำงานด้วยกันได้ เพราะคนรุ่นใหม่จะมีความคิด ไอเดียใหม่ การทำงานจะรวดเร็ว ขณะเดียวกันต้องอาศัยประสบการณ์จากคนรุ่นเก่าด้วย

Advertisement

นายวสันต์​ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายวันนอร์เป็นประธานสภา นับเป็นทางออกและลดความขัดแย้งปัญหาทางการเมืองให้ยุติ เพราะที่ผ่านมาทั้งพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยต่างต้องการเสนอคนของตัวเองเข้ามาเป็น แต่นี่เป็นแค่สเต็ปแรกยังต้องดูอีกยาวๆ ยังไม่รู้ว่าจะมีการพลิกผันอะไรอีกหรือไม่ ทั้งการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้ หากราบรื่น ควรจะจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมนี้ เพื่อจะได้เร่งพลิกฟื้นภาวะเศรษฐกิจที่ยังทรงตัวในขณะนี้ให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง เพราะตอนนี้เหลือแค่ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“ไตรมาส4 เป็นช่วงไฮซีชั่นของการท่องเที่ยว จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจคึกคักขึ้น จากไตรมาส3 ที่ดูเงียบๆ แต่ยิ่งรัฐบาลใหม่มีมาตรการกระตุ้นระยะสั้นในช่วงนี้ จะยิ่งทำให้คึกคักมากยิ่งขึ้น เช่น อาจมีมาตรการลดหย่อนภาษีในการซื้อสินค้าหรือพักโรงแรมกระตุ้นกำลังซื้อโค้งสุดท้ายปีนี้ เพราะมีลมส่งจากภาคการท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ถ้ารัฐบาลช่วยส่งลมมาอีกแรงจะดียิ่งขึ้นและมองว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะกระตุ้นกำลังซื้อ หากไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามปีนี้ยังคงมีปัจจัยลบเดิมที่คงค้างอยู่ เช่น ดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นอีก 2 ครั้ง หนี้ครัวเรือนยังสูง เงินเฟ้อ ยังไม่มีปัจจัยใหม่เพิ่มเข้ามา” นายวสันต์กล่าว