หน้าแรก การเมือง วราวุธ ปลื้ม ...

วราวุธ ปลื้ม ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ ปรับตัวได้-อารมณ์ดี ตอบเรื่องนำเชือกอื่นกลับปท.หรือไม่

5.07.23 | 09:55 น.

‘วราวุธ’ เผย ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ อารมณ์ดี อาการปกติ แพทย์เตรียมเริ่มการรักษา ระบุ จะนําเชือกอื่นกลับหรือไม่ อยู่ที่สถานการณ์ในอนาคต

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 5 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เผยความคืบหน้า หลังพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมาประเทศไทยว่า วันนี้อารมณ์ดี ส่ายหัวไปมา มีความคุ้นเคยกับสภาพรอบด้านมากขึ้น รับประทานอาหาร นํ้า และขับถ่ายเป็นปกติ ซึ่งเร็วๆ นี้แพทย์ก็จะเริ่มรักษาโดยการตรวจสอบภายในมากขึ้น

เบื้องต้นขณะนี้พลายศักดิ์สุรินทร์เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่เป็นอย่างดี แล้วถือเป็นข่าวดีที่สุด และเป็นบุญที่สุดของคนไทย ที่เมื่อวานนี้ (4 ก.ค.) ได้ทราบถึงเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้พลายศักดิ์สุรินทร์เป็นช้างในพระบรมราชานุเคราะห์ ถือเป็นบุญของช้างและคนไทยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ให้ความสำคัญกับทุกๆ ชีวิตที่อยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะพลายศักดิ์สุรินทร์ที่ไปอยู่ต่างประเทศมา 22 ปี

อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตได้ว่าพลายศักดิ์สุรินทร์มีงาที่สวยงามและยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาวเกือบ 2 เมตร เป็นงาที่โค้งและมีสัญลักษณ์สวยงามมาก ซึ่งส่วนตัวดีใจที่พากลับมาได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า แบบนี้ไม่ต้องส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับศรีลังกาแล้วใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า พออยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว เรื่องอื่นก็ไม่ต้องพูดถึง

Advertisement

เมื่อถามต่อว่า ช้างเชือกอื่นที่ศรีลังกามีแนวทางที่จะนำกลับมาด้วยหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า เท่าที่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชาไปดูด้วยตัวเอง เห็นว่ายังมีความเป็นอยู่ที่ปกติสุข อาจจะมีบาดเจ็บบ้าง ก็อยู่ในวิสัยที่ประเทศศรีลังกาดูแลได้

และทราบว่า หลายมหาวิทยาลัยในประเทศศรีลังกาได้ติดต่อมาที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์ุพืชผ่านทางกระทรวงต่างประเทศ เพื่อแสดงเจตจำนงที่จะดูแลช้างที่ศรีลังกา โดยบอกว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลพลายศักดิ์สุรินทร์ได้ ซึ่งก็จะมีการประสานงานกัน เพื่อให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งมีส่วนร่วมในการดูแลช้างที่เหลืออยู่ในศรีลังกา

ส่วนการจะนำช้างเชือกอื่นๆ กลับมาหรือไม่นั้น ต้องรอดูสถานการณ์ในอนาคตอีกที ถ้าช้างมีการบาดเจ็บหรือ มีความเป็นอยู่ที่เหนือศักยภาพการดูแลของแต่ละองค์กรในศรีลังกา ทางประเทศไทยก็คงจะหยิบยื่นมือเข้าไปช่วยเหมือนกับกรณีพลายศักดิ์สุรินทร์