หน้าแรก การเมือง ครม.ตีตก ปมรถ...

ครม.ตีตก ปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว หวั่นสร้างงบผูกพัน ครม.ชุดใหม่

5.07.23 | 16:02 น.

ครม.ตีตก ปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว หวั่นสร้างงบผูกพัน ครม.ชุดใหม่

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบการรายงานความคืบหน้าของการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 กรุงเทพมหานครได้สรุปข้อมูลเพิ่มเติมตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

ในส่วนของการรายงานเพื่อที่จะให้ ครม.ได้ทราบ ระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควร ฉะนั้นข้อมูลต่างๆ ที่เคยนำเสนอต่อ ครม.จึงอาจไม่เป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงได้มีข้อสังเกตในเรื่องนี้ วันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ยืนยันว่า ได้ดำเนินการครบถ้วนถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบมติคณะรัฐมนตรีและหลักธรรมาภิบาลที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามเจตนารมณ์คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 แล้ว

นายอนุชากล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ต่อมานายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีแนวทางการดำเนินโครงการ ดังนี้

1.กรุงเทพมหานครเห็นพ้องด้วยกับนโยบายการลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของพี่น้องประชาขน และทำให้การบริการสาธารณะเป็นไปด้วยความต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน จะมีการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและงานติดตั้งระบบการเดินรถที่เป็นในส่วนของไฟฟ้าและเครื่องกลของโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ในการกำกับดูแลของกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นที่รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินงาน เพื่อให้ค่าโดยสารอยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนต่อขยายที่ 2 จากหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงจากแบริ่งไปยังสมุทรปราการ เป็นส่วนต่อขยายที่มีพื้นที่บริเวณนอกเขตกรุงเทพมหานครแล้วก็ยังมีผู้โดยสารไม่มากนัก

Advertisement

2.กรุงเทพมหานคร เห็นควรที่จะดำเนินการโครงการตาม พ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ปี พ.ศ.2562 เพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนมีความรอบคอบ มีการพิจารณาข้อมูลรอบด้าน และตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในการรับบริการของรัฐที่มีประสิทธิภาพด้วย

3.จากกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการโครงการตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.ได้เจรจากับบริษัทเอกชนไว้ว่า บริษัทจะเป็นผู้รับภาระส่วนต่างค่าเดินรถที่ค้างจ่ายอยู่ทั้งหมดที่ทางกรุงเทพฯ ดำเนินการอยู่ ซึ่งในส่วนนี้ทางด้าน กรุงเทพฯได้หยุดชำระค่าจ้างเดินรถและค่าซ่อมบำรุงมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2562 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลานานกว่า 4 ปีแล้ว

ก่อให้เกิดภาระต่อเอกชนและผู้ให้บริการ รวมถึงมีภาระดอกเบี้ยที่อาจจะเกิดขึ้นกับกรุงเทพฯในอนาคต การหาข้อยุติตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวของคณะรัฐมนตรีจะช่วยทำให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการ และประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนซึ่งเป็นผู้ใช้บริการสาธารณะ และ

4.กรุงเทพมหานครเห็นควรให้มีการนำเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสำหรับค่าก่อสร้างและดอกเบี้ยในอนาคตทั้งหมด ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีภาระหนี้จากงานโครงสร้างพื้นฐานและงานซื้อขายพร้อมติดตั้งระบบการเดินรถรวมทั้งสิ้น 78,830 ล้านบาทเศษ (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2566)

นายอนุชากล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย มีความเห็น เนื่องจากในปัจจุบันมี พ.ร.ก.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ฉะนั้นการขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายดังกล่าวจึงไม่สามารถที่จะเสนอ ครม. เพื่อที่จะให้พิจารณาได้ เพราะจะมีผลเป็นการสร้างงบประมาณผูกพันต่อ ครม.ชุดต่อไป และเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรด้วย