นิวส์โน้ต : โหวตง่าย-ตัดสินใจยาก
การเมืองเข้าสู่โหมดไฟลุก
จบเรื่องประธานสภา สถานีต่อไป โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
สปอตไลต์ฉายจับไปที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตจากพรรคก้าวไกล ที่ชนะเลือกตั้งทั่วไป
ขั้ว 8 พรรค ส่งประกวด
แถลงการณ์ ยกเก้าอี้ประธานสภา ให้กับ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ เขียนชัดเจน เข้มกว่าเอ็มโอยูว่า จะสนับสนุนจนสุด ความสามารถ ซึ่งประธานป้ายแดง ยืนยันแล้ว
ขั้นต่ำก็ต้องให้โอกาส ‘พิธา’ 2-3 ครั้ง
แม้ ใครต่อใคร จะบอกว่า ถ้าครั้งแรก วืด แต้มไม่ถึง 376
ไม้ถัดไป ไม่มีปาฏิหาริย์เด็ดขาดก็ตาม
ทั้งนี้ทั้งนั้น วันได้เสีย ประชุมร่วม 2 สภา วาระโหวตเลือก นายกฯคลอดออกมาเรียบร้อย
พฤหัสฯหน้า 13 กรกฎาฯ
อีก 1 สัปดาห์ ชั่วลัดนิ้วมือนี้ กระบวนการสอยพ้นเส้นทาง จับแพ้ฟาวล์ ตามคำร้องที่ยุบยับไปหมด คงทำงานไม่ทัน นั่นก็หมายความว่า พิธา
จะมีชื่อ ขึ้นกระดานโหวต
วัดใจ สมาชิกสองสภา 750 คน ว่าจะเห็นชอบหรือไม่
ชั่วโมงนี้ เสียงสนับสนุนตันอยู่ที่ 312 ตามสูตรต้องหาเพิ่มขั้นต่ำ 64 เสียง จะดีลกับ ส.ส.อีกขั้ว-ส.ว. หรือทั้งสองทาง ก็ได้
แต่จับสัญญาณความเคลื่อนไหว น้ำเสียงอีกฝั่ง
ยากมากที่จะแงะออก มาเป็นตัวช่วย เพิ่มตัวเลข ให้เขย่งถึงตำแหน่งนายกฯได้
ที่ต้องจับตา ด้วยเหมือนกัน ก็ขั้วรัฐบาลปัจจุบัน
ที่มีหน้าตักอยู่ 188 เสียง
ฝั่งนี้ พรรคใหญ่สุดเรียงตามลำดับไหล่ ก็ต้องภูมิใจไทย พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ
ว่ากันตามทรงส่งชิง ก็ต้องชื่อ เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตฯแห่งภูมิใจไทย แต่ขึ้นอยู่กับการพูดคุยว่า จะส่งใคร ท้าชิงถึงมีโอกาสลุ้นมากที่สุด
ตัวแปร ตัดสินเทข้างไหน คนนั้นชนะ คือ 250 ส.ว.
4 ปีที่แล้ว เมมเบอร์สภาสูง หนุน ‘บิ๊กตู่’ พรึบ
พ.ศ.นี้ดูเหมือน ส.ว.ตัดสินใจไม่ยาก ไม่เอา ‘พิธา’ ก็จบ แต่จะลงคะแนน ใช้สิทธิให้ความเห็นชอบใครเป็นนายกฯ ไม่ง่าย
ไม่เพียงประชาชนเฝ้ามอง
แต่ผลของการตัดสินใจนั้น จะนำบ้านเมืองไปในทิศทางใด
เป็นค่าที่ต้องจ่ายสูงมาก

