เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง ทางมติชนทีวี ถึงกรณีตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งมีการเสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์ หัวหน้าพรรคประชาชาติ
ในตอนหนึ่ง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนได้อาณัติมาจากหัวหน้ากับเลขาพรรค เพราะก่อนที่จะเข้าประชุมกับพรรคก้าวไกล เราคุยกันเรื่องประธานสภา หากถามแล้วเราจะมีทางออกอย่างไร หลายอย่างที่สมาชิกอภิปรายในที่ประชุม บอกชัดว่าเขาไม่สบายใจที่จะเลือกแบบนั้น
“ยิ่งมีข่าวว่าจะมีเสนอคนของพรรคเพื่อไทยมาแข่งอีก แนวโน้มที่สมาชิกจะไปเลือกคนของเราที่คนอื่นเสนอ ผลออกมาจะกลายเป็นเราหักหลังเขา เราเล่นละครตบตา ผมบอกว่าอย่างนี้ไม่ดี อย่างไรก็ต้องแมนๆ สมาร์ท ตรงไปตรงมาดีที่สุด ก็ยื่นหัวหน้าพรรคเลย มีอะไรเราก็รับผิดชอบ ไม่ต้องมีคนอื่นมาเสนอ ได้ไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป
หัวหน้าบอกเขาไม่เอา ขอยืนยันตามเดิม จึงต้องคิดทางที่ 3 แล้วทางนี้จะมีใคร หัวหน้าบอกว่าก็อาจารย์วันนอร์ไงที่เหมาะสม ฟังดูน่าสนใจ วันประชุมที่ก้าวไกล ที่เห็นผมก้มลงไปคุยกับอาจารย์วันนอร์กุ๊กกิ้กๆ คือถามเรื่องนี้ แล้วเขารับว่าถ้ามันเป็นการแก้ปัญหา แล้วทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจและยอมรับก็ยอม” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า ตนจึงได้ไปแจ้งต่อนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ว่ามันไม่มีทางเลือกอื่น ขอเสนอให้เป็นนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เราร่วมกันเสนอเพื่อให้ภาพมันดูดี ว่าเราร่วมกัน ไม่ได้แยกกัน เขาก็บอกว่าต้องขอไปคุยกับพรรคก่อน รออยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
“เขาโทรกลับมาบอกว่ายังหนักใจ พูดกับพรรคก็ยาก ผมจึงบอกไม่มีทางอื่นแล้ว ยังไงก็ต้องเสนออาจารย์วันมูหะมัดนอร์ แล้วเขาก็ไปหาอาจารย์วันนอร์ รอถึงเที่ยงคืนกว่าเขาจะคุยเสร็จ
ผมถามไปยังพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ว่าตกลงเป็นอย่างไร ท่านทวีตอบว่า เขายังลำบากใจ พรุ่งนี้อีกทีได้ไหม ให้เลื่อนประชุม ส.ส.กับกรรมการบริหารได้หรือไม่ จึงบอกว่าไม่ได้ สุดทางแล้ว อย่างไรก็ต้องประชุม
ผมนัดและเปลี่ยนไปแล้ว 2 ครั้ง ผมก็ต้องนัดที่ประชุม ส.ส. ผมจะได้เอามติไปให้ที่ประชุมกรรมการบริหาร ผมก็ต้องเดินของผม หยุดไม่ได้ แต่ผมรอ ถ้าข้อสรุปร่วมกันได้ ผมยินดี และผมจะแถลงข่าวประมาณเที่ยง หลังจากที่ประชุม ส.ส.เสร็จและเข้าที่ประชุมกรรมการบริหาร เรารอจนวินาทีสุดท้าย
ถ้าบอกว่าร่วมกันได้ ผมยุติ และจะแถลงร่วมเลย ผมอยากเห็นอย่างนั้น มันจะสบายทุกฝ่าย และทุกคนก็รู้สึกว่าหาคำปฏิเสธยาก เพราะว่าพร้อมที่จะรับอาจารย์วันนอร์กัน” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า จนกระทั่งใกล้จะ 11.00 น. การประชุม ส.ส.คิดว่าคงจะปิดได้แล้ว จึงถามเขาไปทางไลน์ว่าของพรรคตนจะปิดการประชุมแล้ว ข้อสรุปของเขาว่าอย่างไร เพราะเขาก็ประชุม ส.ส. เขาแช่นกัน ถ้ายังไม่มีอะไรคืบหน้า ตนจะปิดประชุมแล้วเข้าประชุมกรรมการบริหาร เขาได้บอกว่าอย่าเพิ่งสรุป คุยกันก่อนและบอกให้ไปที่ตึกไทยซัมมิท
โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ไปด้วย
“คุณสุริยะเป็นตัวเชื่อมระหว่างก้าวไกลกับเรา มาเป็นตัวประสานในการคุยกันว่าจะจบอย่างไร เราก็อยากไปคุยเงียบๆ เพื่อจะได้มีข้อสรุปมาคุยกัน แต่พอไปถึง ทีวี กล้อง เต็มหน้าลิฟต์ เลยไปเข้าลิฟต์ส่งของ คุณอุ๊งอิ๊งก็บอกว่าไปได้ ไม่มีปัญหา อิ๊งสบาย เรา 4 คนก็เลยขึ้นลิฟต์ส่งของขึ้นไปนั่งคุย” นายภูมิธรรม เล่า
นายภูมิธรรม เผยว่า มีรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง แต่ถึงที่สุดเมื่อมันต้องจบก็คือจบ ในข้อสรุป 4 ข้อที่ออกมาก็เป็นเรื่องที่เราตกลงและยอมรับกันได้ ก็จะต้องเดินตามนั้น หลายเรื่องเป็นแนวนโยบายที่เราหาเสียงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่จะสนับสนุนให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ไปถึงที่สุด เราก็ยืนอยู่ในนโยบายนี้อยู่แล้ว ตรงกัน
“มีเรื่องเดียวที่เราไม่สบายใจและขอเคลียร์ คือเรื่องนิรโทษกรรม เราเคยบอกว่านิรโทษกรรมต้องไม่มี 112 และนิรโทษกรรมที่เราเคยพูดใน MOU คือไม่ใช่ต้องมาทำให้นายทักษิณ ชินวัตร หากกังวลว่าเราจะใช้โอกาสนี้ในการทำเพื่อช่วยคุณทักษิณ ซึ่งคุณทักษิณไม่ได้ต้องการ เราไม่ได้ทำอันนี้ เขาก็บอกว่าเขาไม่เกี่ยว เขาทำในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และผมได้บอกว่าก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าจะทำอะไรต่างๆ ให้เข้าสู่กระบวนการรัฐสภา ทุกอย่างมันก็จบ” นายภูมิธรรมกล่าว

