เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท กลุ่มมวลชนอิสระ จัดกิจกรรม “ดนตรีเปิดหมวกไล่หวดเผด็จการ Ep.2” ตอน #Freeourfriends เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว ให้กับเพื่อนผู้ถูกคุมขังที่ยังหวังในความยุติธรรมไป
บรรยากาศเวลา 17.25 น. น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ส.ส.กทม. เขตบางบอน หนองแขม พรรคก้าวไกล เดินทางมาร่วมกิจกรรม โดยกล่าวเปิดใจเหตุผลที่เข้าสู่เส้นทางการเมืองว่า เชื่อว่าสิทธิการประกันตัวเป็นสิทธิพื้นฐานที่สำคัญ ไม่แน่วันหนึ่งเราก็อาจจะอยู่ข้างในก็ได้ และเราคงไม่อยากให้คนข้างนอกลืมเรา พร้อมชวนประชาชน ร่วมเขียนจดหมายให้เพื่อนในเรือนจำ เนื่องจากข้างในเรือนจำดูข่าวไม่ได้ จดหมายจะช่วยเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
น.ส.รักชนกกล่าวว่า จริงๆ ตนก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกแจ้ง ม.112 ซึ่งมีผลกระทบกับชีวิตเยอะ และต้องเข้าสู่กระบวนการตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการต้องไปรายงานตัว ประกันตัว โดนแปะป้ายว่าเป็นพวกชังชาติ
“การโดนคดีทางการเมือง ก็เป็นหนึ่งอย่างที่ทำให้เราตัดสินใจทำงานทางการเมือง เพราะเราก็เป็นหนึ่งคน ที่เมื่อก่อนมาร่วมกิจกรรมกับม็อบ เป็นประชาชนคนหนึ่ง ที่เราอยากเรียกร้อง ความถูกต้อง ความยุติธรรม อยากเรียกร้องอนาคตที่ดีให้กับตัวเอง อยากมีสวัสดิการถ้วนหน้าให้คนในครอบครัวเรา มีสวัสดิการให้พ่อแม่ อยากเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาให้กับน้องๆ ที่ต้องอยู่ในระบบอำนาจนิยม
มีการกระจายอำนาจ ไม่ใช่มีแค่กรุงเทพฯ ที่มีรถไฟฟ้า ให้หัวเมืองใหญ่ๆ มีได้ จังหวัดที่ไม่ได้มีการจ้างงานสูง ก็ควรจะมีรถขนส่งมวลชนสาธารณะที่เด็กๆ สามารถไปโรงเรียนได้ ไม่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ หรือซื้อจักรยาน เราก็มีความฝันเหล่านั้น”
ประเทศนี้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่หลังรัฐประหาร เราก็อยู่กับรัฐบาลเผด็จการ อยู่กับหลักอำนาจนิยม ประชาชนจะพูด จะแสดงออกอะไรก็หาทางปิดปาก (SLAPP) เอาคดียัดใส่เรา ให้เราเคลื่อนไหวน้อยลง หรือทำให้รู้สึกเหนื่อย ให้เลิกพูดเรื่องนี้ เราไม่อยากเป็นอย่างนั้น” น.ส.รักชนกกล่าว
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า หลังจากโดนคดี รู้สึกว่าอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ถ้าเราอยากจะแก้ไขปัญหาในประเทศนี้ สุดท้ายเราก็ต้องเข้าไปผ่านร่างกฎหมายในสภา ไปเปลี่ยนความคิดของผู้คน แล้วอะไรคือเครื่องมือที่ทำให้เราทำสิ่งนี้ได้ ก็เริ่มไปทำงานกรรมาธิการ ทำงานการเมือง สูดท้ายฟลุคได้เป็น ส.ส.
“เรารู้สึกว่า คนธรรมดาอย่างเรา พูดจริงๆ ถ้าไม่ได้อยู่ก้าวไกลก็คงไม่มีโอกาสมาดำรงตำแหน่งนี้หรอก ต้องขอบคุณทางก้าวไกลที่ให้โอกาสคนธรรมดาอย่างเราได้เข้ามา
500 คน การแข่งขันสูงมาก เราอยากเอาสิ่งนี้มาขับเคลื่อน เราเคยเจ็บปวด รุ่นน้อง ครอบครัวเราเคยเจ็บปวด สิ่งที่พวกเราอยากได้ ไม่ว่าคุณภาพชีวิตที่ดี สวัสดิการ การปฏิรูปกองทัพ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม วันนี้จะพยายามทำให้ดีที่สุด” น.ส.รักชนกกล่าว
น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า เราแชร์คุณค่าบางอย่างร่วมกันได้ มีความฝันที่อยากเห็นประเทศ ที่มีประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราอยากมีพื้นที่ที่พูดได้โดยที่รัฐบาลฟังเรา โดยไม่ต้องโดนยัดคดีโดนยัดข้อหา
“อยากให้ทุกคนสามารถแสดงออกได้ แต่ว่าพอมีหมวกนักการเมืองครอบอยู่ ก็พูดตามตรงว่า มีบางอย่างที่เราก็ต้องประนีประนอมกับตัวเอง กับคนที่เลือกเรามา ให้เชื่อมั่นว่าเราก็คงไม่เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ จะดันเพดานให้มากที่สุด เหมือนกับที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้ จริงๆ ที่เลือกมาวันนี้ เพราะวันหนึ่งเราอาจเป็นคนที่ต้องไปอยู่ข้างในเหมือนกัน ไม่อยากให้คนข้างนอกลืมเรา ถ้าวันหนึ่งถูกพิพากษา ต้องเข้าไปติดคุกจริงๆ ก็อยากให้ทุกคนคิดถึงเรา หรือออกมาเรียกร้องแบบนี้เหมือนกัน
วันนี้เลยอยากมาพูดเพื่อวารุณี และเพื่อนอีกหลายคนที่อยู่ข้างใน บางคนไม่มีเสียงไม่มีแสง อย่าลืมพวกเขา ช่วยกันเรียกร้อง ถ้าอยู่ที่บ้านก็อาจจะกดไลค์ แชร์เรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้น คือน้อยที่สุดที่พวกเราทำได้” น.ส.รักชนกกล่าว

