‘เรืองไกร’ บี้ กกต.ชงศาลรธน.วินิจฉัย ‘พิธา’ เขียน-ร่วมเขียนหนังสือ เข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามพ้น ส.ส. หรือไม่

7.07.23 | 11:33 น.
แฟ้มภาพ

“เรืองไกร” บี้ กกต.ชงศาล รธน.วินิจฉัย “พิธา” เขียน-ร่วมเขียนหนังสือ เข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามพ้น ส.ส. หรือไม่

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแดนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ซึ่งมีทรัพย์สินบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ห้ามเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนจึงได้ส่งหนังสือผ่านทางไปรษณีย์ EMS มายัง กกต.ขอให้ตรวจสอบว่าสมาชิกภาพของนายพิธา สิ้นสุดลงตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

นายเรืองไกรกล่าวว่า สำหรับรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่นายพิธา แจ้งไว้บางส่วนที่อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะต้องห้ามตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) คือ เอกสารในหน้า 5 นายพิธาระบุด้วยลายมือว่า มีรายได้จากการขายทรัพย์สิน (3) ขายหนังสือ จำนวน 431,712 บาท โดยมีหมายเหตุว่า (3) รายได้ระหว่างดำรงตำแหน่งเฉลี่ย 107,928 บาทต่อปี และในหน้า 16 นายพิธา ระบุด้วยลายมือว่า มีทรัพย์สินรายการสิทธิและสัมปทาน ในส่วนที่เป็นหนังสือ 4 รายการ คือ หนังสือวิถีก้าวไกล, ความรัก คือการตกหลุมรักหลายๆ ครั้ง, ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน, ด้วยรักจากอนาคต ซึ่งจากการสืบค้นผ่านระบบ Google พบว่า หนังสือทั้ง 4 รายการ มีการระบุชื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะผู้เขียนด้วยตัวเอง หรือร่วมกับผู้เขียนอื่น ไว้ด้วย อีกทั้งในเว็บไซต์พรรคก้าวไกล ยังได้ลงโฆษณาขายหนังสือวิถีก้าวไกล : พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พร้อมจำหน่าย) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 พฤษภาคม 2566 ในราคาเล่มละ 300 บาท และมีการวางจำหน่ายที่ ชั้น 2 อาคารอนาคตใหม่ โดยหนังสือเล่มนี้ ระบุว่า ผู้เขียน : พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สำนักพิมพ์ : พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

“การที่นายพิธา แจ้ง ป.ป.ช. ด้วยลายมือตัวเองว่า มีรายได้จากการขายหนังสือ และมีการแจ้งหนังสือไว้ 4 รายการ ซึ่งนายพิธา เป็นผู้เขียนด้วยตัวเองหรือร่วมกับผู้เขียนอื่นนั้น จะทำให้นายพิธา เข้าข่ายเป็น “เจ้าของ” ในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ หรือไม่ จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต. ดำเนินการตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ ต่อไปว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา สิ้นสุดลงตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ และขอให้ดำเนินการตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ โดยด่วน ด้วยการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา สิ้นสุดลงหรือไม่” นายเรืองไกรกล่าว