‘นันทนา’ ชี้ 3 เสียงเติม 77 งดออกเสียง เป็นสัญญาณดี ถาม ส.ว. อยากถูกจำในฐานะ ‘วีรบุรุษ’ หรือ ‘ชราชนผู้ขวางประเทศ’
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง ทางมติชนทีวี ถึงเรื่องฉากทัศน์การโหวตเลือกนายก และการเข้าเจรจากับ ส.ว.เพื่อโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า การเลือกประธานสภาที่ผ่านมา มีสิ่งที่ทำให้มองเห็นการโหวตในวันที่ 13 ก.ค. สังเกตว่าประธานสภาไม่มีคู่แข่ง ก็แปลว่าเป็นที่ยอมรับ แต่พอเป็นตำแหน่งรองประธานสภา 1 มีคนเสนอแข่ง คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ เขาชงเอง ไม่มีพรรคร่วมอื่นเสนอให้เขา ผลคือมีเสียงสนับสนุนนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล 312 เสียง
“มีเสียงจากพรรคร่วมฝ่ายค้านปันใจมาให้ 3 เสียง เพราะ 312 เป็นจำนวนเต็มของพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล แต่ของพรรคเพื่อไทยที่ไปนั่งเป็นประธานโหวตไม่ได้ และยังมี ส.ส.ที่ออกไป ฉะนั้น 3 เสียงเป็นเสียงเติมเข้ามา เป็นนิรนามจากฝ่ายค้าน ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติได้แค่ 105 เสียง และมีเสียงที่งดออกเสียง 77 เสียง
“บางคนตีความว่าเขาไม่เอาก้าวไกล ถ้าเขาไม่เอาก้าวไกล เขาต้องไปเอาวิทยา ทำไมเขาถึงงดออกเสียง แปลว่าพรรคฝ่ายค้าน ณ ขณะนี้ ไม่มีเอกภาพ และไม่เอารวมไทยสร้างชาติด้วย จึงไปโหวตแบบงดออกเสียง และถ้าเป็นการโหวตกันระหว่างสนับสนุนกับคัดค้าน คนที่ออกเสียงชนิดที่ไม่ออกเสียง แปลว่า สนับสนุนเสียงข้างมาก 77 เสียงปริศนาตรงนี้น่าสนใจ” รศ.ดร.นันทนากล่าว
รศ.ดร.นันทนา อธิบายว่า ถ้าเผื่อเขามาโหวตให้นายพิธา ก็ไม่ต้องพึ่งเสีย ส.ว. เลย เพราะต้องการแค่ 65 เสียง แต่นี่ 77 เสียง มันเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่จะทำให้เรามองไปเห็นถึงวันเลือกนายก เป็นสัญญาณดี เพราะว่าแตกกันเอง ไม่มีเอกภาพ และไม่เอากันเองด้วย เป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ว่าเขาไม่เอารวมไทยสร้างชาติ บอกว่าพวกไม่เอาแล้วก็ได้ จึงได้แค่ 105 เสียง
รศ.ดร.นันทนา แจงอีกว่า แต่สัญญาณที่เป็นเสียงแทรกเสียงขัดข้อง คือ ส.ว.ที่ทยอยกันออกมา เอา ไม่เอา ฉันไม่เลือกด้วยเหตุผลนู่นนี่ ถ้าต้องไปสื่อสารกับบรรดา ส.ว. 250 อย่างแรกคือ ต้องแยกปลาออกจากน้ำ ในกลุ่มของ ส.ว. จะมีกลุ่มหนึ่งที่ต่อให้คุณพิธาบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นเทวดาเขาก็ไม่เลือก ให้แยก ส.ว. พวกนี้ออกมาเลย แต่ถ้าเป็น ส.ว. ที่เขากำลังใช้วิจารณะญาณอย่างเข้มข้นก็ต้องไปโน้มน้าว
รศ.ดร.นันทนา อธิบายว่า ยกให้เห็นว่าถ้าเขาเลือกมันจะเป็นสิ่งที่ดีอย่างไร ข้อ1 คือ สว.กำลังโหวตตามเสียงของเจ้าของประเทศ เป็นความชอบธรรม ข้อ 2 คือ คุณพิธาเป็นแคนดิเดตของพรรคอันดับ 1 ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลของโลก ถ้าท่านโหวตพิธาก็เป็นไปตามกติการของอารยะประเทศ ข้อ 3 ประเทศต้องไปต่อ เศรษฐกิจรอไม่ได้ ประเทศต้องมีรัฐบาล ถ้ามาเตะถ่วงกันโดย ส.ว. ประเทศชาติไม่ไปไหน
ข้อ 4 ประชาคมโลกจะยอมรับประเทศไทย หากไทยมีนายกที่มาจากการเลือกตั้ง เราก็จะถูกมองว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ข้อ 5 เรื่องแก้ไข ม.112 การจะผ่านร่างกฎหมาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี มันขึ้นอยู่กับกระบวนการในสภา ฉะนั้นอย่าอ้างเรื่องนายพิธาจะแก้ ม.112 ข้อ 6 ท่านจะได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย สังคมจะเชิดชูท่านว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เดินไปไหนก็ไม่อายใคร
“ท่านอยากให้ประวัติศาสตร์จดจำและจารึกท่านเอาไว้ในฐานะวีรบุรุษผู้ขับเคลื่อนประชาธิปไตย หรือจดจำท่านในฐานะชราชนที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศไทย ท่านก็ลองไปคิดดู” รศ.ดร.นันทนา ทิ้งท้าย

