‘พิธา’ ยันเดินสายโคราช ปัดปลุกระดมมวลชน กดดัน ส.ว.โหวตนั่งนายกฯ

8.07.23 | 18:59 น.

‘พิธา’ ยันเดินสายโคราช ปัดปลุกระดมมวลชน กดดัน ส.ว.โหวตนั่งนายกฯ ลั่น 8 พรรคเดินหน้าแผนเดียว ยังหนุนเต็มที่

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ จ.นครราชสีมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังไปพบปะกลุ่มผู้ประกอบการเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ภาคประชาสังคม จ.นครราชสีมา ที่ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมฟอร์จูน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ว่าการออกเดินสายต่างจังหวัดไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะปลุกระดมมวลชนออกมากดดัน ส.ว.ให้โหวตเลือกตนเป็นนายกรัฐมนตรีตามที่หลายคนตั้งข้อสังเกตอยู่ในขณะนี้ แต่เป็นการเดินทางมาขอบคุณพี่น้องชาว จ.นครราชสีมา ที่ได้เลือก ส.ส.เขต พรรคก้าวไกล เข้ามาถึง 3 คน และเลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จนทำให้พรรคก้าวไกลได้จำนวน ส.ส.มาเป็นลำดับที่ 1 แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้ไปแสดงความขอบคุณ วันนี้ก็มาตามคำเรียกร้องของชาวโคราช ได้มาพบปะหารือกับภาคเอกชน ได้รับทราบปัญหาไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ ภาคการเกษตร ภัยแล้ง ปรากฏการณ์เอลนิโญ และเรื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งจะได้ช่วยกันขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาตามลำดับต่อไป

นายพิธา กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการปลุกระดมมวลชน พรรคก้าวไกลก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมักจะโดนวิพากษ์วิจารณ์แทบทุกเรื่อง แต่ยังตั้งใจทำงานของเราอย่างเต็มที่ ซึ่งในวันที่ 13 กรกฎาคมที่จะถึง จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็มีความมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากการเข้าไปพูดคุยกันก็ได้เห็น ส.ว.หลายท่านได้ให้สัมภาษณ์สื่อ และส่งจดหมายเปิดผนึก ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เป็นโอกาสในการคืนความปกติให้กับการเมืองไทย และเป็นการให้โอกาสประเทศไทยด้วย ในครั้งนี้จึงเชื่อว่าทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ยังมีโอกาสที่จะคืนความปกติให้กับการเมืองไทย โดยยึดมติของเสียงข้างมาก ซึ่งจะเป็นวาระสำคัญของประเทศว่าจะไปในทิศทางไหน

“ส่วนเรื่องมาตรา 112 ผมคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่อ่อนลงเรื่อยๆ เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงและคำอธิบายถึงเหตุและผล ส.ว.หลายๆ ท่านก็เริ่มจะเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่อิงพรรคการเมือง หรือนโยบายของพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องของหลักการที่จะทำให้ระบบกลับมาเป็นปกติได้ เป็นเรื่องที่จะต้องใช้พื้นที่ของสภา มีความหลากหลายทางความคิด ต้องเปิดโอกาสให้สภาได้ทำงาน ผมได้อธิบายให้ ส.ว.ได้รับทราบ หลายท่านก็เบาใจและมีความเข้าใจมากขึ้นว่าการอนุรักษ์ การรักษา และทำให้เกิดการพัฒนา จำเป็นต้องมีการพูดคุยด้วยวุฒิภาวะ จึงทำให้เงื่อนไขต่างๆ น้อยลง ซึ่งเรื่องนี้ตนสัญญาไว้กับประชาชนอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น การโหวตเลือกนายกฯครั้งนี้ผมก็มั่นใจ และพยายามเต็มที่ที่สุด แต่หากโหวตครั้งแรกไม่ผ่านก็ต้องยึดความคิดเห็นของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรค เท่าที่ฟังมาตอนนี้ยังไม่มีแผน 2 ดังนั้น ก็จะโฟกัสให้เต็มที่ก่อนวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ก่อน จะโหวตกี่ครั้งก็ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการที่ควรจะเป็นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และยึดมติของประชาชนเป็นหลัก ถ้าประชาชนไม่ถอย ผมก็ไม่ถอย ส่วนกรณีที่มีเสียงจากพรรครวมไทยสร้างชาติที่บอกว่า ถ้าโหวตไม่ผ่านในครั้งแรกก็ควรจะให้โอกาสพรรคลำดับ 2 แทน ไม่ควรจะโหวตซ้ำอีกรอบ เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นความคิดเห็นของพรรครวมไทยสร้างชาติเอง ไม่ได้เป็นหลักการ หรือข้อกฎหมายอะไร ตอนนี้ยังไม่มีแผน 2 ยังยึดตามแผนที่พรรคร่วมทั้งหมดได้พูดคุยกันไว้ก่อน” นายพิธากล่าว

Advertisement