ปชป.ปิดห้องถกลับเลือก หน.คนใหม่ ‘จุรินทร์’ เปิดใจ หวังเห็นพรรคกลับมายิ่งใหญ่ได้ วอนลูกพรรคอย่าโทษตัวเอง หลังพ่ายแพ้เลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ดำเนินการประชุม ขณะที่องค์ประชุมในวันนี้มีจำนวน 299 คน ครบตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค

ทั้งนี้ นายจุรินทร์กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรครักษาการได้ประชุมให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 60 วัน ซึ่งการประชุมในวันนี้ยังเป็นกรอบใน 60 วัน ประการที่ 1 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 เห็นชอบให้มีการงดเว้นการใช้ข้อบังคับข้อ 32 (1) ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ประการที่สอง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 เห็นชอบให้มีประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการประชุมใหญ่ 2 คณะ คณะที่ 1 คณะกรรมการใหญ่จัดประชุมวิสามัญ โดยมีนายองอาจ คล้ายไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน คณะที่ 2 กรรมการกำกับวินิจฉัยการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือ กกต.ของพรรค โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าตามภารกิจพรรค นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการทั้งสอง มีหน้าที่ดำเนินการการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยว่าถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับ

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ขอเริ่มต้นด้วยการขอบคุณคณะกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลขาธิการพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, อดีตหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอบคุณคณะทำงานทุกคณะ ขอบคุณอดีตสมาชิกผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรีของพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งเขตบัญชีรายชื่อ และผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งประเทศที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนที่ให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการที่มีตนเป็นหัวหน้าดำเนินมาตลอดระยะเวลา 4 ปี จนถึงบัดนี้ ขอขอบคุณคนไทยที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะไม่มากนัก

“ผมเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีก เหมือนหลายครั้งอย่างที่ปรากฏใน 77 ปีที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้งผมมีโอกาสพบกับพวกเราหลายคน หลายคนมาขอโทษที่ไม่สามารถนำชัยชนะสู่พรรคได้ ผมตอบไปตรงๆ ไม่ต้องขอโทษ ทั้งหมดคือความรับผิดชอบของผม ขอให้สู้ต่อไปอย่าท้อถอย ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ และขอให้ช่วยกันเป็นกำลังสำคัญของพรรคต่อไป สำหรับผมไม่เคยท้อยังระลึกถึงพระคุณพรรคเสมอ สุดท้ายขอฝากกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้นำพรรคไปในทางที่ถูกต้องด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเปิดโอกาสให้คนทุกรุ่น นำพาพรรคเดินหน้าไปสู่การเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบไป” นายจุรินทร์กล่าว

จากนั้นเวลา 10.30 น. เข้าสู่วาระการประชุมและก่อนที่จะเข้าสู่วาระการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรค ได้ลุกขึ้นหารือว่า ระหว่างที่พรรคจะมีการตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรค เพื่อตรวจนับคะแนนนั้น ตนจะขอเสนอญัตติ ยกเลิกข้อบังคับพรรคที่ 87 ก่อน หรือรอให้มี กกต.พรรคก่อน ซึ่งนายจุรินทร์ขอให้ กกต.ขึ้นมาทำหน้าที่จะได้เสนอทีเดียว

ระหว่างนั้นนายธนา ชีรวินิจ อดีต ส.ส.กทม. เสนอว่า การประชุมครั้งนี้ตนเชื่อว่าจะมีสมาชิกแสดงความคิดเห็นตามความเชื่อและความคิดของแต่ละคน ดังนั้น การแสดงออกในฐานะพี่น้องของพรรคในที่ประชุมนี้ ตนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องภายในที่เราจะได้พูดคุยกันอย่างเต็มที่ จึงขอเสนอว่า ควรให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุม เพื่อจะได้พูดคุยกันอย่างเต็มที่ว่าประชาธิปัตย์ควรเดินไปอย่างไร เพราะสิ่งที่สื่อมวลชนรับทราบระหว่างที่เราพูดคุยกัน อาจจะมีการสื่อสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการพูดของเรามีเวลาที่จำกัด อาจจะทำให้การสื่อสารไปยังบุคคลภายนอกผิดพลาดได้ ดังนั้น เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอให้เชิญสื่อมวลชนออกไป

นายสาธิตก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายธนา ทำให้นายจุรินทร์ได้ขอให้เชิญสื่อมวลชน และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่ประชุมไป ขณะที่นายจุรินทร์ได้กล่าวว่า คงต้องขออภัยสื่อมวลชนเมื่อมีสมาชิกเห็นพ้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยเชิญสื่อออกจากห้องประชุม ไม่เคยเชิญออก ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าร่วมทำข่าว

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า พรรคได้จัดที่นั่งให้นายอภิสิทธิ์ ไว้รวมกับอดีตหัวหน้าพรรค ติดกับนายจุรินทร์ แต่นายอภิสิทธิ์ไปนั่งในส่วนของสมาชิกที่ร่วมประชุมใกล้กับนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึงได้ทักทายบรรดาสมาชิกพรรคหลายคน และทักทายพูดคุยกับนายเฉลิมชัยด้วย

นอกจากนี้ เป็นที่สังเกตว่า มีสมาชิกระดับอาวุโสหลายคนเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ อาทิ นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล นายนิพนธ์ ธาราภูมิ และนายไพฑูรย์ แก้วทอง เป็นต้น


