‘สมชาย’ ยันไม่โหวตพิธา ถ้ายังแก้ ม.112-ยกร่าง รธน.ใหม่ ย้ำพร้อมวางมือ ถ้าคนรุ่นใหม่แสดงออกถึงวุฒิภาวะ
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีการโหวตนายกรัฐมนตรีของ ส.ว.ว่า ขอให้รอดูวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งขณะนี้ ส.ว.ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่ทุกคนมีวิจารณญาณอยู่แล้วว่าการทำหน้าที่ของ ส.ว.ซึ่งทุกคนได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยท่านที่มาจาก ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งก็เจตนาชัดเจนว่าไม่ประสงค์ออกเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีของใครก็ตาม
ทั้งนี้ ส.ว.ไม่ได้มีหน้าที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี แต่เป็นหน้าที่ของ ส.ส. ฉะนั้น ส.ว.จึงต้องดูว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติเป็นเช่นไร รวมถึงต้องดูเรื่องของการรวมเสียงและนโยบายพรรคการเมืองที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลว่าจะสามารถนำพาประเทศเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรืออะไรที่สุดโต่งหรือไม่ หากประเทศชาติเดินหน้าไปสู่ความรุ่งเรืองเราก็ยินดี แต่หากประเทศเดินหน้าไปสู่วิกฤตหลายเรื่องเราก็ไม่ยินดี
เมื่อถามว่า เบื้องต้นเสียงส่วนใหญ่จะเป็นไปในทิศทางไหน นายสมชายกล่าวว่า “ไม่ทราบ” ก่อนจะหัวเราะและกล่าวต่อว่า “ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง”
เมื่อถามว่า หากทางพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลดเพดานเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ทาง ส.ว.จะมีการพูดคุยกันใหม่ถึงทิศทางการโหวตหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ไม่ต้องพูดคุย แต่ต้องแสดงมา เอาให้ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่มีเลย ไม่ต้องแก้ไขเรื่องมาตรา 112, ไม่ต้องยุ่งกับนิรโทษกรรมได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ หากไม่พอใจเรื่องรัฐธรรมนูญก็แก้ ทำไมต้องร่างใหม่
“คุณบอกว่าจะร่างใหม่ทุกมาตรา ตั้งแต่หมวดหนึ่งเรื่องความมั่นคง หมวดสองพระมหากษัตริย์ รวมถึงมาตราหก คุณก็ไม่เอา แถลงว่าผมจะบวชเป็นพระ ไม่แตะอะไรเลย กล้าหรือไม่ หากทำเช่นนั้นได้ก็น่าจะโอเค ซึ่งผมเห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าให้ลดเพดาน ซึ่งหากลดเพดานจริง ผมสนับสนุนแต่ต้องชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ใช่มาบอกว่าพิธาคนเดียว คนอื่นไม่เกี่ยว พรรคก้าวไกลยังเดินเหมือนเดิม หรือบอกว่าประชาชนเข้าชื่อ เขามีสิทธิ แล้วจะช่วยสนับสนุน แบบนี้ไม่ได้ เขาเรียกว่าถอยแบบไม่ถอย ถอยแบบศรีธนญชัย” นายสมชายกล่าว
นายสมชายกล่าวต่อว่า ซึ่งนี่เป็นแค่เรื่องมาตรา 112 เท่านั้น ไม่รวมเรื่องที่จะแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ไม่เคยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง และไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญไหนที่ไม่มีกรอบ เว้นแต่ร่างรัฐธรรมนูญที่เขาปฏิวัติ ฉะนั้นการที่คุณจะไปร่างรัฐธรรมนูญกรอบอยู่ไหน ทั้งนี้ไม่ทราบว่า ส.ว.คนอื่นคิดเช่นไร แต่ตนเห็นว่าอันตราย ตนสนับสนุนคนรุ่นใหม่ แต่คนรุ่นใหม่นั้นควรมีวุฒิภาวะด้วย ซึ่งวุฒิภาวะต้องแสดงออกให้เห็นว่าคุณจะนำพาประเทศไปแทนคนรุ่นตนได้ ตนก็จะวางมือ
“เปรียบเทียบว่าหากใครทำธุรกิจ เราก็อยากให้เขามาสานต่อธุรกิจอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องมีจังหวะก้าวที่เหมาะสม ลูกต้องแสดงฝีมือให้เห็น หากพ่อแม่จะขอกลับไปอยู่บ้านโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ทำให้เขาเห็นว่าธุรกิจเขาจะมั่นคง ปลอดภัย แต่หากจะเอาธุรกิจไปเสี่ยง ถามว่าพ่อแม่คนไหนจะปล่อย ตราบใดที่ลูกยังไม่ทำให้วางใจ ก็ควรฝึกงานร่วมกันไปก่อนได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม คนรุ่นผมก็ต้องโอนภารกิจให้พวกเขาอยู่แล้ว แต่ขณะนี้คุณต้องทำให้ ส.ว.ไว้วางใจว่า คุณจะพัฒนาประเทศไปข้างหน้า โดยไม่ไปสร้างปัญหา ความขัดแย้ง ซึ่งเป็นความเป็นห่วงเท่านั้นเอง ฉะนั้นหากจะแสดงอะไรก็แสดงออกด้วยการกระทำ ไม่ใช่ด้วยคำพูด” นายสมชายกล่าว
นายสมชายกล่าวด้วยว่า ที่สับสนมากคือเรียกร้องมาตลอด 4 ปีว่าให้ ส.ว.ปิดสวิตช์ แต่วันนี้บอกให้เปิดสวิตช์ แล้วเปิดสวิตช์เลือกเฉพาะคุณ ห้ามเลือกคนอื่น ตกลงจะเอาอย่างไรแน่ บอกมา ครั้งนั้นมี ส.ว.23 คนที่เห็นด้วยกับการโหวตไม่เอามาตรา 272 ให้อำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสมือนเขาบวชเป็นพระไม่ออกมาสึกเป็นฆราวาสแล้ว แต่พวกคุณไปตื๊อเขา เห็นสีกาชื่อพิธาให้สึกออกมาแต่งงาน หลายคนที่ออกมาประกาศว่าจะเลือกพิธา ตนก็งงมาก ทั้งที่ประกาศแล้วว่าจะไม่เลือกใครแล้ว ซึ่งต้องเหมือนกันไม่ใช่เมื่อเป็นพิธาแล้วจะเลือก ตนอยากปิดสวิตช์แล้วช่วยมาบอกให้ตนปิดสวิตช์ไปตลอดเลยได้หรือไม่

