‘เสรี’ ยัน กกต. ส่งคดีหุ้นพิธา ให้ศาล รธน. ช่วยลดขัดแย้ง ย้ำมี ส.ว.บวก-ลบ 5 คน โหวตพิธา
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสมาชิกวุฒิสภา โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่า การที่คณะกรรมการเลือกตั้งจะตรวจสอบข้อมูล เป็นแนวทางที่ชัดเจน ถูกต้องเพื่อแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็นในสภา นอกสภา กกต.เป็นทางออกในการไต่สวน เพื่อดำเนินการตามมาตรา 151 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. เรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นเรื่องเดียวกันข้อมูลเดียวกันและสามารถที่จะเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ คิดว่าเป็นแนวทางที่ลดปัญหา หาก กกต.สรุปและทำเรื่องเหล่านี้จริง
เมื่อถามว่า นายพิธาจะถูกสกัดกั้นการโหวตหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องสกัด หรือไม่สกัด จริงๆ เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่กำหนดให้บุคคลที่เป็นนายกฯ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และให้ ส.ว.และ ส.ส.เห็นชอบตามมาตรา 159 ซึ่งสำคัญ ต้องเลือกคนที่ไม่ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) อย่างที่ปรากฏ ฉะนั้นหน้าที่ไม่ใช่รอศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าถือหุ้นสื่อเมื่อไหร่ก็ขาดคุณสมบัติอยู่แล้ว
ผลคือ หากว่ายังไม่ชัดเจน ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ แต่ความขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นแล้ว ยังห่วงว่า 8 พรรค ร่วมกันเซ็นเอ็มโอยูจะกล้าตัดสินใจเลือกคนที่คุณสมบัติไม่ครบถ้วนหรือไม่ ดังนั้นจะกลายเป็นเลือกคนที่ขัดรัฐธรรมนูญ หากว่า ยังจะเลือกคนที่ขาดคุณสมบัติ อีก 7 พรรค จะมีปัญหา และอยากฝากให้แต่ละพรรคไปพิจารณาในข้อบทบัญญัติรัฐธรรนูญ อีกส่วนที่บอกว่าสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่เคารพเสียงประชาชนซึ่งเป็นของพรรคก้าวไกลที่ได้ ส.ส.151 คน ไปรวมกับพรรคอื่นอีก 7 พรรค กลายเป็นเสียงจำนวนมาก ต้องทำความเข้าใจว่า เสียงที่ประชาชนให้มาคือประชาชนลงชื่อให้พรรคที่เป็นนายกฯ เช่น พรรคเพื่อไทยเสนอ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นนายกฯ แต่ไม่ได้ลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทยเพื่อให้พรรคอื่นได้เป็นนายกฯ ถ้าเป็นแบบนี้จะกลายเป็นว่าพรรคนั้นจะไปขัดกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกมา
“ข้อสำคัญอย่าไปยุยงส่งเสริมให้คนออกมาชุมนุมกัน เพราะทำให้ปั่นป่วน ไม่สงบ คนเป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองและประชาชน อย่าบอกว่าถ้าไม่เลือกแล้ว ประชาชนจะออกมาชุมนุม ยิ่งแสดงออกแบบนี้แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ไม่เหมาะจะบริหารประเทศ เพราะทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย” นายเสรีกล่าว
เมื่อถามว่า วันที่ 13 กรกฎาคม ที่จะมีม็อบเรียกว่าเป็นการกดดัน ส.ว.หรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า การชุมนุมเรียกร้องแสดงถึงความไม่มีวุฒิภาวะไม่มีความรับผิดชอบ ไม่กังวล เพราะ ส.ว.ทำในสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่ถ้าเราเกรงและหวาดหวั่นแสดงว่าเราใช้ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ได้ตำแหน่ง แต่กลัวม็อบ กลัวแรงกดดัน ทำลายหลักการสำคัญของบ้านเมือง เชื่อว่าคนทั้งประเทศไม่ต้องการให้ตนเป็นคนแบบนี้
เมื่อถามว่า ก่อนวันที่ 13 กรกฎาคม ส.ว.มีการพูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ทำความเข้าใจว่าแต่ละพรรคการเมืองจะลงคะแนนให้นายพิธา ว่าดูรัฐธรรมนูญมาตรา 159 หรือยังที่ต้องมีไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม
เมื่อถามว่าตอนนี้ยืนยันหรือไม่ว่าจะมี ส.ว.โหวตให้ไม่ถึงห้าคน นายเสรีกล่าวว่า ขณะนี้จำนวน ส.ว.ที่จะโหวตสนับสนุนนายพิธา บวกลบไม่ถึงห้าคน เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ส่วนกรณีที่ ส.ว.บางส่วนเปลี่ยนใจโหวตให้นายพิธา ไม่ถือว่าเป็นพลังเงียบ เงียบหมด ถ้าพูดตรงๆ มีคนไหนบ้างที่สนับสนุนตรงๆ มีแต่รายชื่อว่าถูกประกาศว่าสนับสนุน เห็นชัดๆ ว่ามีแต่ถอยไม่เลือก ที่บอกว่าได้เสียงเพิ่ม ถ้ามีจริงก็ให้สาธารณชนเห็นด้วย เพื่อนๆ ส.ว.ก็ได้รับการติดต่อมาบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไป ถ้ายังเสนอแก้มาตรา 112 ก็ไม่เลือก ตอบชัดเจนเหมือนกัน การงดออกเสียงนั้นอยู่ที่ ส.ว.จะเลือกกันเองอย่างไร

