‘บิ๊กตู่’ ปัดไม่เกี่ยวกับผม หลัง ‘ธาริต’ อ้างรัฐประหารเพื่อตัดตอนคดีสลายชุมนุม บอกใครจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ชี้เป็นเรื่องของศาล เอฟซีตามมาให้กำลังใจถึงที่
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 10 กรกฎาคม ที่โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู สถานีลาดปลาเค้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่มีการทำรัฐประหาร โดยอ้างว่าเพื่อต้องการตัดตอนคดีสลายการชุมนุมปี 2553 ว่า “เรื่องนี้ไม่ตอบ เป็นเรื่องของศาล ไปดูหลักฐานแล้วกันไม่เกี่ยวกับผม”
เมื่อถามย้ำว่านายธาริตอ้างว่าถูกบิ๊กทหารข่มขู่หากทำคดี 99 ศพ จะมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่เกี่ยวกับผม” เมื่อถามอีกว่าแต่มีการพาดพิงคณะปฏิวัติ นายกฯกล่าวว่า “ไม่เกี่ยวกับผม” พร้อมเดินออกจากวงสัมภาษณ์
เมื่อถามย้ำว่า นายธาริตกล่าวอ้างว่ามีการเชื่อมโยงกับการรัฐประหารเมื่อปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า “อะไร เชื่อมโยงอย่างไร ก็ใครจะพูดอะไรก็พูดได้ พูดไปเถอะ”
ผู้สื่อข่าวถามว่านี่ถือเป็นการดิสเครดิตใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไปคิดเอาเอง ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า ถามอยู่ได้

ทั้งนี้ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ุจะเดินทางกลับได้มีบรรดาแฟนคลับมายืนรอให้กำลังใจ ตะโกนนายกฯสู้ๆ อย่าท้อถอย รักลุงตู่ พวกเราเป็นกำลังใจให้ อย่าท้อนะ ลุงอย่าท้อๆๆ พร้อมถ่ายรูปเซลฟี่และมอบดอกไม้ เซ็นหนังสือ ซึ่งเป็นกลุ่มแฟนคลับกลุ่มที่คุ้นเคยโดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวแซวว่า ถ่ายกันมาแล้วเป็นร้อยรูปแล้ว ก่อนที่จะมีแม่ค้าขายอาหารอีสานที่อยู่ริมถนน บริเวณทางลงสถานี
ตะโกนถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า ‘พี่ตู่ขา ลาบเลือดสักจานไหมคะ‘ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้หันกลับไปถามทีมงานว่าอะไรนะ ก่อนที่ทีมผู้ติดตามนายกรัฐมนตรีจะบอกว่า แม่ค้าขายอาหารอีสาน ลาบ น้ำตก และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าปกติแล้ว พล.อ.ประยุทธ์รับประทานลาบดิบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ‘ไม่ทาน’ พร้อมหันไปให้กำลังใจแม่ค้าคนดังกล่าวว่าขอให้ขายของดีๆ ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ
ขณะที่ในช่วงท้ายก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะก้าวขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ตกลงใจว่าจะไม่ให้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ นอกจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมไปถึงการชี้แจงเรื่องนายธาริตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบเพียงแต่โบกมือปฏิเสธ และกล่าวกับพลขับว่า ไปได้แล้วไป๊ และเคลื่อนรถออกในทันที


