คอลัมน์หน้า 3 : จังหวะ ก้าวไกล มองข้าม 13 กรกฎาคม ทะลุ ‘เลือกตั้ง’
การจัดชุมนุม “ประชาชน” การเดินสาย “ขอบคุณ” ประชาชนของ พรรคก้าวไกล โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เป็นกิจกรรมที่ “เข้าใจ” ได้ก่อน “13 กรกฎาคม”
แม้จะแถลงปฏิเสธว่ามิได้เป็น “การกดดัน” หากเสมอเป็นเพียง “การขอบคุณ” ที่ประชาชนเลือกพรรคก้าวไกล
กระนั้น ทุกฝ่ายก็ “รู้” และก็ “เห็นใจ”
เพราะว่าพรรคก้าวไกลได้รับเลือกเข้ามามากกว่า 14 ล้านคะแนนเสียง เป็นพรรคอันดับ 1 สะท้อน “เจตจำนงร่วม” ประชาชน
แต่ก็ยังมิอาจเป็น “รัฐบาล” เข้า “บริหาร” ประเทศ
จึงยากเป็นอย่างยิ่งที่พรรคก้าวไกลจะยอมเป็น “เป้านิ่ง” งอก่องอขิง สยบอย่างจอมจำนน ไม่หือ ไม่อือในทางการเมือง
กระนั้น แต่ละจังหวะก้าว แต่ละเป้าหมาย ก็ยังเป็นคำถาม
หากดูแต่ละกระบวนท่าของพรรคก้าวไกล แต่ละกระบวนท่าของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็มากไปด้วยเงื่อนงำเชิงอำพราง
เห็นจาก “พัฒนาการ” ของการเลือก “ถ้อยคำ”
ที่พรรคก้าวไกลและ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เน้นอย่างหนักแน่น จริงจังต่อสถานะทางการเมืองของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
นั่นก็คือ “ว่าที่” นายกรัฐมนตรี คนที่ 30
เท่ากับแยกตัวเองออกมาจากคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เพราะเหล่านั้นล้วนยังเป็น “แคนดิเดต” นายกรัฐมนตรี
แต่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไปอยู่ ณ “ว่าที่” นายกรัฐมนตรีแล้วอย่างสมบูรณ์และเปี่ยมด้วยความพร้อม
ทั้งยังก้าวรุกขนาดเป็น “นายกรัฐมนตรี” อีกด้วย
ยิ่งกว่านั้น แต่ละพื้นที่ซึ่งอยู่ในการเลือกของพรรคก้าวไกล ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แม้จะดำเนินไปในกระสวนการยิงนก
แต่ยิงด้วยกระสุน 1 นัดแต่หวัง “ผล” หลาย “เป้า”
การจัดเวที ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถเข้าใจได้ เหมือนๆ กับที่จัดที่ภูเก็ต เหมือนๆ กับที่จัดที่สมุทรปราการ หรือปทุมธานี
แต่ที่นครราชสีมา แต่ที่สุพรรณบุรี ยังเป็นคำถาม
เนื่องจากที่สุพรรณบุรีที่ได้ยกจังหวัดคือพรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องจากที่นครราชสีมาที่ได้เป็นกอบเป็นกำคือพรรคเพื่อไทย
กระนั้น ก็มี “ประชาชน” เข้าร่วมอย่างอุ่นหนา ฝาคั่ง
ขณะเดียวกัน พรรคก้าวไกลก็ทำมากกว่าการปราศรัย ตรงกันข้าม ยังมีการนัดพบตัวแทนหอการค้า และผู้ประกอบการคนสำคัญ
เด่นชัดว่ามองไกลไปจากวันที่ 13 กรกฎาคม
ไม่ว่าผลการโหวตในวันที่ 13 กรกฎาคมจะออกมาอย่างไร เป็นการโหวตรอบเดียวจบหรือว่ายืดเยื้อยาวนาน
เด่นชัดว่าพรรคก้าวไกลมองข้าม “ช็อต” ไปแล้ว
มองทั้งด้านการได้เป็น “รัฐบาล” มองทั้งด้านการต้องต่อสู้อย่าง “ยืดเยื้อ” และเรื้อรัง มองทั้งด้านที่อาจต้องเป็น “ฝ่ายค้าน”
มองถึง “การเลือกตั้ง” ครั้งต่อไป

