พิธา เปิดคุณสมบัติ ‘รัฐมนตรี’ ก้าวไกล เปิดเบื้องหลังคุย ส.ว. หวังได้ร่วมทำงานเพื่อ ปชช.
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดใจในรายการโหนกระแส โดยมี กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีกร โดยนายพิธาได้ตอบคำถามถึงประเด็นการเมืองต่างๆ โดย เปิดเผยถึงประเด็นต่างๆ ทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นก่อนการโหวตเลือกนายกฯ 13 กรกฎาคมนี้
โดย นายพิธากล่าวถึงประเด็นเสียงโหวตของ ส.ว.ว่า เป็นทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ บางครั้ง พี่น้องประชาชนฟังคำสัมภาษณ์มีหลายรูปแบบ ทั้งโหวต ไม่โหวต และขอฟังดูก่อน เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องวุฒิสภามากขึ้น รู้สึกว่าสุดท้ายเราก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ อาจจะแตกต่างจากที่มา หลายๆ คนก็แสดงความเป็นห่วงเรื่องบ้านเมือง บางคนบอก อยู่ สนช.มา พยายามปฏิรูปการศึกษามานานพอสมควร เรื่องสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ บางคนเคยทำงานกับผม อดีตปลัดพาณิชย์ ก็รู้สึกว่า สุดท้ายเราก็ไม่ได้แตกต่างกันมากขนาดนั้น มีความตั้งใจจะพัฒนาบ้านเมือง ตนวัยกลางคน 42 มีประสบการณ์ระดับหนึ่ง มีความรู้ในเรื่องการใช้ข้อมูล หากผ่านจุดนี้ไปได้ ท่านยังมีเวลาอีก 1 ปี ไม่แน่เราอาจจะได้ปรึกษาหารือ กับท่านในสภา ทำงานร่วมกันเพื่อประชาชนเป็นไปได้
เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวว่า ก้าวไกลได้เสียง ส.ว. 20 เสียง เพื่อไทยได้อีก 40 เสียง และเสียงพรรคร่วมอีก 10 เสียง รวมแล้ว 70 เกิน จริงหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เป็นทิศทางที่ดี บางทีเราลงตัวเลขวันนี้ ไปกระทบวันที่ 13 กรกฎาคม แต่หากหาฉันทามติกันได้ อย่างแบ่งแยกดินแดน อันนี้ตนพูดชัดเจน รัฐไทยต้องเป็นรัฐเดี่ยว หรือการแทรกแซงของต่างประเทศ ตนคิดว่าไทยต้องกลับไปสู่เวทีโลก ที่หาจุดตรงกลางให้ได้ เมื่อได้นั่งคุย ได้ถกกัน วุฒิสภาหลายท่านก็เปิดใจรับฟัง หลายท่านก็เจอกันก่อนเป็นนักการเมืองทั้งคู่
สำหรับกรณี ส.ว.กิตติศักดิ์กล่าวว่า มี ส.ว.โหวตให้ไม่เกิน 5 คน นั้น นายพิธากล่าวว่า ก็รู้สึกว่าเป็นความเห็นของ ส.ว.กิตติศักดิ์ ตนคิดว่าไม่สามารถมอง ส.ว.เป็นกลุ่ม เป็นก้อน ถือว่าไม่ยุติธรรมกับท่าน ทุกคนเป็นปัจเจกชน มีหลักการ ดุลพินิจ ของตัวเอง หลายท่านบอกว่า ไม่ว่าคดีอะไร มีองค์กรพิจารณาอยู่แล้ว ส.ว.ไม่มีหน้าที่ ท่านโหวตเพื่อหลักการ ไม่ได้โหวตเพื่อพิธา หรือก้าวไกล
สำหรับกรณีที่ รองประธานสภาคนที่ 2 ออกมาบอกว่าจะมีการโหวตนายกฯ 3 ครั้งนั้น นายพิธาระบุว่า เป็นการคาดการณ์ของแต่ละบุคคล ในเรื่องพรรคร่วมก็จะมีการประชุมกัน แต่ยังไม่ได้ดูรายละเอียด ดูแต่พาดหัว รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ มันโหวตได้เรื่อยๆ คุณเศรษฐา กับคุณประเสริฐ ก็บอกว่าไม่มีแผนสอง ในฐานะพรรคร่วม 8 พรรค ก็ยังไม่มีการพูดคุย เรายังไม่มีแผน 2 เรากินข้าวทีละคำ อย่างในสหรัฐ ก็โหวตกันที่ 15 ครั้ง เชื่อว่า 13 กรกฎาคมนี้ เป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกจ้องมองประเทศไทยอยู่
“ครั้งนี้ เป็นโอกาสที่พรรคการเมืองจะสามารถเรียกศรัทธาเข้าสู่ระบบการเมือง และคืนความปกติให้กับการเมืองไทย ให้โอกาสประเทศไทย”
นอกจากนี้ กรรชัย พิธีกรรายการ ยังได้อ้าง เพชร กรุณพล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่กรรชัยเคยถามว่า มีโอกาสจะได้เป็นรัฐมนตรีไหม ซึ่ง เพชร กรุณพล เคยบอกว่า ไม่ได้หรอก มีกฎเหล็ก ต้องโชว์วิสัยทัศน์ ว่าเป็นแล้วเหมาะตรงไหน
พิธากล่าวว่า ตำนานไม่ใช่ตำแหน่ง หน้าที่ไม่ใช่หน้าตา คนที่จะมาทำงาน สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง เผลอๆ ต้องเจออภิปรายไม่ไว้วางใจในพรรคก่อนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นคนในพรรค คุยกันก่อนที่ทุกคนจะเป็น ส.ส. ว่าปัญหาของกระทรวงนี้ จะแก้ปัญหาได้ ต้องใช้คนแบบนี้ ถ้าคนในพรรคไม่มี ต้องใช้คนนอก เพราะว่าเราไม่ได้ต้องการจะรักษาอำนาจ ต่อรอง แต่ต้องการแก้ไขให้ตรงจุด
“นี่เป็นจุดแข็งเดียวที่พรรคก้าวไกลมี เราไม่ได้มีนายทุน และไม่ได้มีความสัมพันธ์กับนายทุนใหญ่ๆ ผมมีแต่ประชาชน และต้องแก้ไขให้ประชาชน ถ้าตรงนี้หายไปเมื่อไหร่ ผมไม่มีจุดแข็งของพรรคเหลือเลย ต้องรักษาไว้”
นายพิธากล่าวต่อว่า พยายามเต็มที่ โอบรับความหลากหลาย แต่ละคนมาจากแต่ละที่ เป็นองค์กรหนึ่ง ต้องเรียนรู้ มีความขัดแย้งเป็นปกติ แต่วิธีการบริหารความขัดแย้ง ต้องดูว่าทำอย่างไรกับปัญหา ก้าวไกลไม่สมบูรณ์แบบ สตริกต์ให้เท่าที่เป็นไปได้ แต่พร้อมจะเรียนรู้ แล้วทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่อีโก้สูง แล้วไม่ฟังใคร คนที่เลือกตั้งเรามา ตรวจสอบเราเยอะที่สุด

