‘ธนกร’ ชี้ ถ้าโหวตนายกฯรอบแรกไม่ผ่าน ควรหลีกทางให้พรรคอันดับ 2 ไม่หวั่นมวลชนแห่กดดันหน้าสภา

11.07.23 | 10:10 น.

‘ธนกร’ ชี้ ถ้าโหวตนายกฯรอบแรกไม่ผ่าน ควรหลีกทางให้พรรคอันดับสอง ไม่หวั่นมวลชนแห่กดดัน ส.ส.-ส.ว.หน้าสภา ลั่น ไม่มีนิติสงคราม มีแต่กฎแห่งกรรม

เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงหลักการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรค รทสช.ว่า ในเย็นวันนี้พรรคจะมีการประชุมกัน แต่ที่ชัดเจนคือเราไม่เสนอแคนดิเดตนายกฯของพรรคลงแข่ง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะมีการหารือนอกรอบหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งอาจจะเป็นการคุยกันก่อนบวชก็ได้ ทุกพรรคคุยกันได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามยํ้าว่า ในซีก 188 เสียงจะมีการเสนอชื่อนายกฯแข่งหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าจะเสนอก็ต้องมาพูดคุยกันก่อน ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้อาจจะมีการพูดคุยกันก็ได้

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีนักวิชาการ หรือนักการเมืองที่ออกมาชี้นำ ส.ว.กดดันว่าต้องเลือกอย่างไร นายธนกรกล่าวว่า ตนเชื่อว่า ส.ว.เป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ ไม่ต้องไปชี้นำ ซึ่งทราบว่าจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ หรืออาจจะเลือกไม่ได้ภายในครั้งเดียว ตนเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาประชาชนรู้อยู่แล้วว่าแคนดิเดตนายกฯของแต่ละพรรคมีวิสัยทัศน์อย่างไร จึงเห็นว่าไม่ควรใช้เวลาเยอะในการแสดงวิสัยทัศน์อีก การโหวตครั้งแรกก็คงได้แล้ว ถ้าไม่ได้ก็ต้องเปิดโอกาสให้พรรคอันดับสองจัดตั้งรัฐบาลไป ถ้าอันดับสองตั้งไม่ได้ก็ต้องเปิดโอกาสให้พรรคอันดับสามจัดตั้งไป หรือถ้าจะมีองค์ประกอบเงื่อนไขใหม่ก็ค่อยว่ากัน ไม่ควรใช้เวลานาน

เมื่อถามว่า หากชื่อนายพิธาไม่ผ่านในรอบแรกแล้วครั้งที่สองมีการเสนอชื่ออีกครั้ง พรรค รทสช.จะเสนอญัตติคัดค้านหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ต้องรอดูหน้างาน แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรมีแล้ว เพราะไม่มีสิ่งไหนจะไปเปลี่ยนใจคนได้ภายใน 1-2 วัน เพราะเขาดูมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว ดังนั้น กลไกต่างๆ เดินหน้าแล้ว ส่วนตัวอยากให้กลไกการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนใครจะได้เป็นนายกฯนั้นอยู่ที่ ส.ส.และ ส.ว.โหวตกัน และไม่ควรอ้างประชาชน เพราะประชาชนก็เลือกมาทุกพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวม็อบที่จะมาชุมนุมหน้ารัฐสภาในวันดังกล่าวหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า คงไม่กลัวหรอก และความจริงไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหวในลักษณะปลุกระดม หรือใช้มวลชนมากดดัน ส.ส.หรือ ส.ว. เป็นสิ่งที่ไม่ควร

Advertisement

“วันนี้ ส.ส. ส.ว.ต้องคิดหลายอย่างเพราะมันมีกลไกของศาลอยู่ และมีเรื่องร้องเรียนอะไรต่างๆ การจะโหวตก็ต้องกังวลเหมือนกัน ต้องไปดูข้อกฎหมาย และทราบมาว่าตอนเย็นวันนี้หรือพรุ่งนี้จะมีการยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ พออยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญมันก็มีหลายอย่าง ซึ่งตนไม่อยากให้เป็นแบบนี้ มันไม่มีใครทำใคร แต่เป็นสิ่งที่เราทำตัวเองทั้งนั้น อย่าไปโทษใครเลย วันนี้ก็ต้องปล่อยในเรื่องของนิติสงครามอะไรต่างๆ ไม่ควรไปพูดแล้ว เพราะไม่มีใครไปทำให้เป็นอย่างนั้น ตัวท่านเองหรือกลุ่มท่านเองทั้งนั้นที่เป็นคนทำ จะมาบอกว่าเป็นนิติสงคราม ผมว่ามันไม่ใช่ ไม่ใช่แน่นอน เป็นการใช้วาทกรรมกล่าวหามากเกินไป ไม่มีหรอกนิติสงคราม มีแต่ใครทำกรรมไว้คนนั้นก็รับกรรมไป ไม่ใช่ว่าตนไม่ชอบนายพิธาเป็นการส่วนตัว เพราะ ส.ส.ก้าวไกลก็มีเก่งๆ เยอะ แต่กลไกต่างๆ ที่ทำมามีหลายเรื่องที่รับไม่ได้ เป็นนโยบายที่เห็นต่างกัน และผมก็ไม่เลือกเท่านั้นเอง” นายธนกรกล่าว

นายธนกรกล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่ามวลชนมีทุกฝ่าย ตอนนี้ได้บอกประชาชนที่ชื่นชอบฝั่งรัฐบาลเดิมว่าไม่อยากให้ออกมาเชียร์ เพราะไม่เกิดประโยชน์ บางครั้งหากมีมวลชนออกมาหลายฝ่ายก็จะเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ เพราะอาจเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดหวังได้ ฉะนั้น อยากให้การเลือกนายกฯเป็นไปตามระบบประชาธิปไตย ตามขั้นตอน ไม่อยากเห็นบรรยากาศที่มีการปลุกระดม ซึ่งตนไม่ได้ว่าพรรคไหน เพราะบ้านเมืองสงบมานานแล้ว ไม่อยากให้กลับไปสู่ความขัดแย้งเหมือนในอดีต

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันนั้นอาจมีม็อบฝ่ายตรงข้ามมาชุมนุมชนกันใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ไม่ได้มองว่าจะมีอีกฝ่ายหนึ่งมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนที่ชื่นชอบแต่ละพรรคการเมืองก็มีอยู่ คนที่ชื่นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็มีเยอะ จึงไม่อยากให้มีบรรยากาศที่ประชาชนออกมา การแสดงความคิดเห็นทำได้อยู่แล้วตามระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมก็ควรจะเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้ทราบว่าทาง กทม.ได้จัดพื้นที่สำหรับชุมนุมไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ประชาชนก็ไม่ควรจะไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่มีปัญหา