“เรืองไกร” บี้ กกต. ถอนหนังสือค้านก้าวไกล อ้างเขียน รธน.ผิดมาตรา มั่นใจทำตามขั้นตอนไม่เร่งรัด ย้อนเทียบคดียุบ “ไทยรักษาชาติ” เร็วกว่าเยอะ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อคัดค้านหนังสือของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ส่งถึง กกต.เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม โต้แย้งกระบวนการพิจารณากรณีที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ ส.ส.ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า หนังสือที่นายพิธาส่งถึง กกต.อ้างมาตราข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง และเห็นว่าการดำเนินการของ กกต.ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โดย กกต.ดำเนินการสอบสวนในลักษณะเดียวกับที่ดำเนินการกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณีถือหุ้นบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด และศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวไว้เป็นบรรทัดฐานแล้วว่า กระบวนการพิจารณา กกต.ชอบด้วยกฎหมาย
นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า ก่อนที่ กกต.จะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่จำเป็นต้องเชิญนายพิธามาชี้แจงก่อน เพราะเป็นกรณีการยื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ไม่ใช่การดำเนินการตามมาตรา 151 พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ตนเองก็เห็นว่าถ้าเป็นกรณีนี้ จำเป็นต้องเชิญผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงก่อน และการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคแรกที่ให้สิทธิ ส.ส.เข้าชื่อยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่ได้มีการให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงก่อน ซึ่ง ส.ส.พรรคก้าวไกลก็เคยใช้ขั้นตอนนี้ในการยื่นเรื่องผ่านประธานสภาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาแล้ว และการพิจารณาของ กกต.ก็ไม่เร่งรีบเพราะตนเองยื่นเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม และถ้าเทียบกับกรณียุบไทยรักษาชาติใช้เวลาแค่ 2 อาทิตย์เอง
นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า ครั้งนี้มายื่นหนังสือด้วยตนเองต่างจากที่ผ่านมาจะยื่นทางไปรษณีย์ไม่ใช่เป็นเพราะทราบว่านายพิธาจะเดินทางมายังอาคารศูนย์ราชการ แต่ทราบว่า กกต.จะมีประชุมพิจารณาเรื่องนี้ต่อในวันนี้ จึงเกรงว่าหากส่งหนังสือทางไปรษณีย์จะมาถึงสำนักงาน กกต.ไม่ทัน จึงต้องเดินทางมายื่นเอง
แต่เมื่อนายพิธาจะเดินทาง ก็อยากจะพบ อยากจะขอลายเซ็นให้เซ็นหนังสือวิถีก้าวไกลที่ซื้อมา และได้อ่านแล้ว ซึ่งนายพิธาก็เขียนดี เหมือนกับที่นายธนาธร และนายปิยบุตรเขียน นายเรืองไกรกล่าวพร้อมกับยกหนังสือวิถีก้าวไกลที่ซื้อมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู แต่สุดท้ายไม่สามารถฝ่าวงล้อมประชาชนและแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจได้

