ส.ว.สังศิต ย้ำ 13 ก.ค. จำเป็นต้องโหวตนายกฯโดยคำนึงผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง ไม่หนุนบีบบังคับด้วยวาจา
หลังจากวันก่อน รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ประกาศท่าทีในการเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 13 กรกฎาคม โดยจะน้อมนำคำกล่าว สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) “จะใช้ท่าทีวางเฉยต่อคน เพื่อรักษาธรรม ไม่เห็นแก่คน-แต่เห็นแก่ธรรม วางตัวเป็นกลางต่อคน” มาเป็นหลักในการลงคะแนนเสียงนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม รศ.ดร.สังศิตโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวย้ำความชัดเจนในการโหวตนายกฯคนที่ 30 ว่า เรียนพี่ๆ เพื่อนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน
ตามที่ผมได้ประกาศจุดยืนเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคมศกนี้ไปแล้วนั้น ได้มีพี่ๆ เพื่อนๆ หลายท่านได้กรุณาสอบถามผมมาว่าความหมายที่ผมได้ประกาศนั้นหมายความว่าอย่างไร?
ผมใคร่กราบเรียนพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกท่านที่เคารพรักว่า จุดยืนของผม คือจะ “รักษาธรรม ไม่เห็นแก่คน เห็นแก่ธรรม”
“ธรรม” หมายถึงความดี ความถูกต้อง การรักษาธรรม คือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญที่สุด ไม่มีสิ่งใดสำคัญยิ่งกว่านี้อีกแล้ว
ฉะนั้น การลงคะแนนเสียงของผมจะต้องเป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้งเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่นอีก สำหรับผมการตัดสินใจของผมจึงไม่เป็นการส่งเสริมและไม่ไปสนับสนุนให้เกิดการใช้ความรุนแรงในหมู่ของประชาชน จะไม่สนับสนุนให้มีการใช้การข่มขู่คุกคาม และบีบบังคับด้วยกำลัง หรือจิตใจ (moral coercion) ด้วยวาจาและทุกรูปแบบของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต่อประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะการกระทำดังกล่าวดังที่ปรากฏในประวัติศาสตร์การเมืองทั่วโลกแล้วว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบการปกครองที่ใช้อำนาจ เผด็จการและใช้ความรุนแรงโดยไม่ยอมรับสิทธิในการอัตวินิจฉัยของตนเอง (self-determination) ของปัจเจกบุคคลที่จะสามารถกำหนดเส้นทางเลือกชีวิตและอนาคตของตัวเอง และของสังคมโดยส่วนรวมได้
เสียงของประชาชนโดยหลักการแล้วสมควรรับฟังด้วยความตั้งใจ และพิเคราะห์พิจารณาด้วยความเคารพ แต่สิทธิในการวินิจฉัยและตัดสินใจสุดท้ายเป็นของผม ผมจำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งครับ
สวัสดีครับ…จากผมเอง

