‘ชัยธวัช’ ปูดมี ส.ว.บางคนโดนขู่แบล๊กเมล์ กดดันหนัก ปมโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ซัดไม่เหมาะสมอ้างสถาบันปะทะผลเลือกตั้ง เชื่อมีเหตุผลร้อยแปดไม่เอา ชี้แม้ กกต.ส่งศาล รธน.วินิจฉัยหุ้นสื่อไม่มีผลต่อการโหวต เผยไม่เคาะต้องโหวตกี่ครั้ง
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือวิป 3 ฝ่าย ว่าเป็นการหารือกันระหว่างประธานสภา ตัวแทนของวุฒิสภา และพรรคการเมืองต่างๆ โดยตกลงกันเรื่องระยะเวลาว่าจะเริ่มประชุมในเวลา 09.30 น. หลังจากที่มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว ประธานรัฐสภาเสนอว่าจะเปิดให้สมาชิกทั้ง 2 สภาได้อภิปรายซักถามกันอย่างเต็มที่ก่อนจะมีการโหวต คาดการณ์ว่าได้เริ่มโหวตช่วงเวลาประมาณ 16.00-17.00 น.
เมื่อถามว่า จะเสนอให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค ก.ก. ได้แสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายและซักถามแล้วก็เท่ากับเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ไปในตัวได้ด้วย
ถามถึงเสียง ส.ว.ที่จะสนับสนุนมีเพียงพอหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยอมรับว่ามีกระแสกดดันใน ส.ว.ค่อนข้างมาก ดังนั้น ส.ว.ตอนนี้ส่วนใหญ่จึงมีท่าทีที่ไม่แสดงออกชัดเจน คงต้องรอวันที่ 13 กรกฎาคมทีเดียว และยังมีโอกาสที่เราจะได้เสียง ส.ว.เพียงพอ ตอนนี้มันมีความไม่แน่นอน

ถามต่อว่า ในส่วน ส.ว.ที่พรรคได้ประสานพูดคุยไปมีส่งสัญญาณบวกมาหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า มีสัญญาณบวกแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่าหลายวันนี้ได้รับกระแสข่าวว่ามีการกดดัน ส.ว.แต่ละคนที่ถูกคาดหมายว่าจะโหวตสนับสนุนนายพิธาอย่างมาก ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่กระแสข่าวมาเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นส่งข้อความ ส่งคนไปพูดคุยกดดัน หรือบางกระแสข่าวว่ากันว่ามีความพยายามจะแบล๊กเมล์ด้วยซ้ำ หรือเสนอผลประโยชน์ให้ต่างๆ นานา ซึ่งหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นจริงๆ
ถามย้ำว่า มีหลักฐานหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นเพียงกระแสข่าว และหวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นจริงๆ
เมื่อถามว่า มี ส.ว.บางคนออกมาเตือนพรรคที่จะโหวตให้กับนายพิธาอาจถูกยุบพรรค เพราะลงมติให้กับบุคคลที่มีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่น่าเกี่ยวกัน ส.ว.บางคนก็บอกว่าไม่เกี่ยวกัน จะมีข้อกล่าวหาอย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่ยังไม่มีข้อยุติถึงที่สุดหลักทั่วไปต้องถือว่านายพิธายังไม่ผิดและเป็นการแยกกันทำหน้าที่อยู่แล้ว ระหว่างเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครตามกฎหมาย กับการโหวตนายกรัฐมนตรีของสมาชิกรัฐสภา
ถามอีกว่า คุณสมบัติของนายพิธาอาจทำให้ ส.ส.ไม่กล้าโหวตสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า สมาชิกรัฐสภาน่าจะแยกออก สิ่งที่กังวลมากกว่าคือความพยายามที่จะชูเรื่องความจงรักภักดีมาเป็นหลักเกณฑ์ในการให้โหวต หรือไม่ให้โหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมในการที่จะทำแบบนั้น เพราะถือเป็นการหมิ่นเหม่ที่จะนำสถาบันเข้ามาปะทะกับผลการเลือกตั้ง ถือว่าไม่ส่งผลดีต่อสถาบันในระบอบประชาธิปไตย
ถามต่อว่า มี ส.ว.บางคนอยากให้พรรค ก.ก.ลดเพดานในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ทราบข่าวแม้กระทั่งว่ามีการส่งข้อความกันในหมู่ ส.ว.ว่าต่อให้นายพิธา หรือพรรค ก.ก.จะอย่างนั้นอย่างนี้ขออย่าให้ ส.ว.หลงเชื่อ เข้าใจว่าท่านที่มีเจตนาแน่วแน่ไม่ต้องการเห็นพรรค ก.ก.เป็นรัฐบาลก็จะมีเหตุผลร้อยแปด

เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าหากโหวตรอบแรกไม่ผ่านจะดำเนินการอย่างไร นายชัยธวัชกล่าวว่า ในห้องประชุมไม่ได้หารือเรื่องนี้ ได้ข้อสรุปว่ายังไม่ใช่วาระ ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุย อย่างไรก็ตาม เราพยายามจะทำให้วันที่ 13 กรกฎาคมดีที่สุดก่อน
ถามด้วยว่า การโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จะเรียกชื่อเพื่อโหวตเรียงตามตัวอักษร หรือโหวตแยกระหว่าง ส.ส.กับ ส.ว. นายชัยธวัชกล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือกัน มีบางคนได้หารือว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะให้ ส.ส.โหวตก่อนเรียงตามตัวอักษร แต่ในที่ประชุมเห็นว่าคงยังไม่เหมาะสมที่จะงดเว้นข้อบังคับประชุมรัฐสภา แต่ความจริง ส.ว.ทราบอยู่แล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ของ ส.ส.ตอนนี้เสนอชัดเจนว่าทั้ง 8 พรรคยังยืนยันจะเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น จึงทราบอยู่แล้วว่าเสียงของสภาล่างมีความเห็นอย่างไร
ถามถึงกระแสข่าวที่ กกต.อาจมีมติส่งเรื่องนายพิธาถือหุ้นสื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่างที่นายพิธาได้ทำหนังสือถึง กกต.ว่าอยากให้ กกต.แจ้งข้อเท็จจริง พฤติการณ์ ข้อกฎหมายที่มีการกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายต่างๆ อย่างไร เพื่อเปิดโอกาสให้นายพิธาชี้แจง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ควรจะเป็น
นายชัยธวัชกล่าวว่า ตอนนี้เกิดคำถามว่าทำไม่ถึงลุกลี้ลุกลน มีกระแสข่าวว่าจะรวบรัดให้ กกต.มีธงหรือไม่ที่จะส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ของนายพิธาให้ได้ก่อนที่จะมีการโหวตนายกฯ อันนี้เป็นความกังวลที่ กกต.ต้องอธิบายให้ได้ เรื่องนี้ผิดสังเกต และหวังว่าจะไม่มีธงทางการเมืองเหมือนที่เป็นข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่า หาก กกต.จะพิจารณาเสร็จในวันพรุ่งนี้ (12 กรกฎาคม) จะส่งผลกระทบต่อการโหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบ ถึงอย่างไรสถานะการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของนายพิธายังคงอยู่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

