สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นฯ เรียกร้อง ส.ว.โหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ตามฉันทามติของประชาชน
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ตามฉันทามติของประชาชน ตามที่ประธานรัฐสภาได้นัดประชุมสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองรวมพรรค นำโดยพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ได้รวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกิน 250 เสียง โดยจะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น
เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ได้มีบทเฉพาะกาลกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา ร่วมลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในระยะ 5 ปีแรกของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญด้วย ทำให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ที่จะต้องทำตามรัฐธรรมนูญโดยการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นี้ ซึ่งผู้ที่จะได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้รับคะแนนเสียงของสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดหรือ 376 เสียงขึ้นไป
ในการนี้ สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย มีความเห็นว่า เมื่อพรรคการเมืองใดรวบรวมคะแนนเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกิน 250 เสียง จึงย่อมมีความชอบธรรมที่จะได้สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเข้ามาบริหารประเทศตามเจตจำนงของประชาชนเสียงข้างมากตามหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนประเด็นนโยบายของพรรคการเมืองที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนนั้น เป็นเพียงนโยบายของพรรคที่เสนอต่อประชาชนหาใช่เหตุที่จะนำมาเป็นเงื่อนไขในการที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีไม่
เนื่องจากพรรคการเมืองที่ได้เข้ามาบริหารประเทศย่อมต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับการแก้ไขกฎหมายใดๆ ย่อมต้องให้สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ รัฐบาลไม่สามารถที่จะกระทำตามอำเภอใจได้ไม่ ประกอบกับสมาคมฯได้มีการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการเมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา พบว่ามีกฎหมายและระเบียบจำนวนมากที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ให้บริการแก่ประชาชนในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งจำเป็นต้องให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแก้ไขปรับปรุงโดยเร็วเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
ดังนั้น สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย จึงขอเรียกร้องไปยังสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านได้โปรดคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยส่วนรวม เพื่อมิให้ประเทศหยุดชะงัก และเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศกลับมาให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวเดินต่อไป
รวมทั้งเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการโหวตเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีตามฉันทามติของประชาชนเสียงข้างมากในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นี้อย่างพร้อมเพรียงกัน
ด้วยความเคารพยิ่ง
สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย


