หน้าแรก การเมือง ชื่นมื่น ‘ส.ส...

ชื่นมื่น ‘ส.สายการบิน’ หารือ ‘พิธา’ ฝากสาง 3 ปัญหา ภาษีน้ำมัน-ฟรีวีซ่า-ลดต้นทุน

11.07.23 | 17:28 น.

ชื่นมื่น ‘ส.สายการบิน’ เปิดโต๊ะหารือ ‘พิธา’ ฝากสาง 3 ปมปัญหา ภาษีน้ำมัน-ฟรีวีซ่า-ลดต้นทุน ฟื้นไทยเป็นการบินฮับอาเซียน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ร่วมหารือกับสมาคมสายการบินประเทศไทย นำโดย นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ อุปนายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้แทนสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย และผู้แทน 7 สายการบิน

อาทิ นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย และนายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ ร่วมหารือโดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยใช้เวลาในการหารือ 1.30 ชั่วโมง

นายพิธากล่าวว่า การหารือในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ทางพรรคก้าวไกล และพรรคร่วม 8 พรรค ได้ประชุมหารือกับสมาคมนักท่องเที่ยว โดยได้มีหัวข้อเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจสายการบิน ซึ่งเนื้อหาสำคัญที่ได้มีการหารือร่วมกันในครั้งนี้ อาทิ เรื่องการบริหารงานราชการแผ่นดินของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงต่างประเทศที่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการขอวีซ่า กระทรวงคมนาคม ที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแล และวิสาหกิจต่างๆ โดยได้มีการหารือถึงเรื่องศูนย์ซ่อมบำรุงที่มีจำนวน 2 แห่งในประเทศ ทำให้หลายสายการบิน ต้องมีการซ่อมบำรุงในต่างประเทศ ทำให้ไทยเสียโอกาสในเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน ได้มีการกำหนดประเด็นเร่งด่วน ที่รัฐบาลชุดต่อไปต้องเข้ามาแก้ปัญหา โดยแบ่งเป็น 3 เรื่อง

Advertisement

1.การส่งเสริมนโยบายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย อาทิ การกำหนดอัตราที่เหมาะสมของภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งเรื่องนี้มีผลกระทบต่อประชาชน ในเรื่องของราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจสูงขึ้น ตามราคาภาษีที่ต้องจ่ายภาครัฐ

2.การเร่งแก้ไขอุปสรรคและข้อจำกัดของอุตสาหกรรมการบินไทย อาทิ เร่งกระบวนการเพิ่มอุปทานของอุตสาหกรรมการบิน หรือขั้นตอนการนำเข้าเครื่องบิน การบูรณาการทำงานระหว่างสนามบินและสายการบิน เพื่อลดต้นทุนของสนามบิน โดยเฉพาะระบบนิเวศน์ที่เป็นต้นทุนกว่า 15-20% ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปดูว่าต้นทุนดังกล่าว ไทยสามารถสู้ประเทศเพื่อนบ้านได้หรือไม่

และ 3.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่อุตสาหกรรมการบิน อาทิ การเจรจาเพิ่มสิทธิการบิน ในประเทศกลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวไทย การลดค่าธรรมวีซ่า หรือเปิดฟรีวีซ่า เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้น 3 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งประเทศเหล่านี้เดินทางเข้าไทยมาเป็นจำนวนมาก และนักท่องเที่ยวไทยก็เดินทางไปประเทศเหล่านี้มากเช่นกัน ดังนั้น เรื่องนี้ต้องทำให้เกิดความสมดุล เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวระหว่างประเทศต่อไป

นายพิธากล่าวว่า ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวหายไปจากช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 กว่า 38% ซึ่งในส่วนของเรื่องแผนที่จะผลักดันไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินของภูมิภาคอาเซียนนั้น ที่ผ่านมาพรรคได้มีการหารือร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องกับทางการบิน อาทิ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) โดยได้รับข้อมูลว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศในอาเซียนรุกหนักมาก โดยเฉพาะสิงคโปร์ ที่ได้จัดทีมเจรจาในการหาเอกสิทธิ์ของเส้นทางการบินจากประเทศต่างๆ ในการเดินทางข้ามทวีป ซึ่งเรื่องนี้ไทยยังเป็นรองสิงคโปร์ค่อนข้างมาก ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นอีกปัญหาที่สำคัญของรัฐบาลชุดต่อไป ที่ต้องให้ไทยกลับมาเป็นฮับของอาเซียนให้ได้

“พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาล จะต้องทำให้อุตสาหกรรมด้านการบิน ในฐานะเป็นหน้าด่านของภาคท่องเที่ยว พร้อมกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ได้ โดยจะต้องวางแนวทางให้สายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในด้านต้นทุนราคาค่าโดยสารให้เหมาะสมกับนักท่องเที่ยว ที่มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้นต่อไป” นายพิธากล่าว

ด้าน นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ อุปนายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้แทนนายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ครั้งนี้มีผู้บริหารของสายการบินทั้ง 7 สายการบิน ประกอบด้วย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ท ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมองว่าทางพรรคก้าวไกล และตัวแทนของทั้ง 8 พรรคร่วมรัฐบาล มีความเข้าใจถึงปัญหาที่ธุรกิจการบินต้องพบเจอได้เร็วมาก และเชื่อว่าจะสามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาได้

“การพูดคุยในครั้งนี้ ได้ลงลึกถึงปัญหาในทุกเรื่องของธุรกิจสายการบิน แต่เรื่องที่สามารถเร่งแก้ไขได้ในเบื้องต้นมี 3 เรื่องที่กล่าวไปข้างต้น โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนด้านภาษีต่างๆ ที่ธุรกิจต้องเสียให้หน่วยงานของรัฐ และต้นทุนเกี่ยวกับซัพพลายเชนทั้งหมด อีกทั้งยังได้พูดคุยถึงโอกาสในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้มากขึ้น หากสามารถกำหนดให้ต่างชาติฟรีวีซ่าได้ในบางครั้งบางคราว ก็จะสามารถกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เห็นตรงกันว่าสามารถเร่งแก้ไขได้” นายธรรศพลฐ์กล่าว