#ม็อบ13กรกฎา ฉากทัศน์ชุมนุมรอบรัฐสภา ออนไลน์ ออนไซต์ ในวัน#โหวตนายกฯ

12.07.23 | 14:39 น.

อีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงข้างหน้า จะถึงวันโหวตนายกฯ ภาครัฐเตรียมการดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรอบรัฐสภาเกียกกาย

ขณะที่ กทม.จ่อเปิดพื้นที่สาธารณะให้ชุมนุมตามกฎหมายโดยสงบ 

หลายกลุ่มเคลื่อนไหว นัดหมายจับตา 

ในส่วนของภาคประชาชน กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group-DRG และคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน l ครช. จัดแคมเปญ Respect My Vote เน้นย้ำถึงการเคารพเสียงประชาชน 

ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของบรรยากาศในห้วงเวลาสำคัญนี้ 

Advertisement

#RespectMyVote66 เช็กอินทั่วประเทศ กระซิบดังๆ ถึง 250 ..

เริ่มที่แคมเปญ Respect My Vote ที่มีการเชิญชวนประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ร่วมส่งเสียงถึงสมาชิกวุฒิสภา (..) ทั้ง 250 คน ให้เคารพเสียงของประชาชนที่ได้แสดงออกมาชัดเจนแล้วผ่านการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ว่าต้องการให้พรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล ต้องการเห็นใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ด้วยการถ่ายภาพชูป้ายพร้อมติดแฮชแท็ก #RespectMyVote66 เช็กอินมาจากที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเน้นย้ำ 250 .. ให้ชัดว่าหน้าที่คือการยืนยันหลักการเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตย และอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ด้วยการลงมติเห็นชอบให้กับผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่รวมกันเป็นเสียงข้างมากในสภาและเสนอชื่อออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ผู้จัดแคมเปญย้ำว่า หาก ส..ยังดึงดันที่จะขวางมติประชาชนแล้ว นั่นเท่ากับเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤตทางการเมืองเสียเอง โดยระบุถึงหลักการและเหตุผลว่า 

นับตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เมื่อผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเริ่มเห็นเค้าลางผู้ชนะ ก็เป็นที่ชัดเจนว่าประชาชนไทยต้องการความเปลี่ยนแปลง โดยผู้ชนะอันดับหนึ่งและสองต่างเป็นอดีตพรรคการเมืองร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งต่อมาได้จับมือร่วมกับพรรคการเมืองอื่นรวมแปดพรรค ประกาศจัดตั้งรัฐบาลด้วยจำนวน ส..มากกว่ากึ่งหนึ่ง 312 เสียง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2566

ทว่าบทเฉพาะกาลในมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้ ส..ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับ ส..ก็ทำให้บรรยากาศทางการเมืองที่ควรจะมีความแน่นอนกลับกลายเป็นความไม่แน่นอน ส..บางส่วนประกาศว่าจะไม่สนับสนุนแคนดิเดตเสียงข้างมากเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่บางส่วนประกาศงดออกเสียง ซึ่งอาจทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรียืดเยื้อ ทำลายหลักการประชาธิปไตย สร้างข้อต่อรองทางการเมืองที่อาจนำไปสู่วิกฤตได้ 

ย้อนไปเมื่อ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภาคประชาชนในนามเครือข่าย Respect My Vote ยังจัดเสวนาหัวข้อเคารพผลเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน ที่ห้องประชุมริมน้ำ (ห้อง 107) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและเรียกร้องให้ ส.. รวมถึง ส..พรรคการเมืองทุกพรรคเคารพผลการเลือกตั้ง ด้วยการสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จนเกิดวาทะไวรัลจาก ส..มณเฑียร บุญตัน ที่ยืนยันกลางเวทีดังกล่าวว่า จะโหวตนายกฯตามเสียงข้างมากจากมติมหาชน

ผมรับรองว่าตราบใดที่ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร มาจากมติมหาชน อย่างไรก็ได้เสียงผม..มณเฑียรกล่าวในวันนั้น 

ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ขีดเส้นใต้ในหลักการที่ว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ความหมายคือเราไม่ได้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ได้เลือกหัวหน้าฝ่ายบริหารโดยตรง แต่เราเลือกทางอ้อมผ่านการเลือก ส.. 

..มีพรรคการเมืองที่จะประกาศว่า หากเข้าสภาไปเขาจะไปเลือกใครเป็นนายกฯ ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกฯก็เลือกพรรคนั้น 

ดังนั้น ระบบรัฐสภาความหมายคือเราเลือก ส..พร้อมกับเลือกนายกฯไปพร้อมกัน ถ้าพรรคใดได้ ส..เกินครึ่งก็จบ แต่กรณีที่ไม่มีพรรคใดได้ ส..เกินครึ่ง ก็ต้องเป็นสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งที่รวมเสียงได้เกินครึ่ง

สิ่งที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ ที่เราพูดกันไม่ใช่เรื่องของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือพรรคก้าวไกล แต่มันคือหลักการที่เราใช้เสมอมาก่อนหน้ายึดอำนาจ 22 พฤษภาฯ 57 และหลังจาก ส..ชุดนี้จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมปีหน้า มันคือหลักการที่เราอยู่อย่างนี้มา เพียงแต่ยกเว้นในช่วงสิบปีนี้ตั้งแต่มีการยึดอำนาจและ ส..ก็ยังอยู่จนถึงครบ 5 ปีคือ 11 พฤษภาคม ปี 2567 ถ้าหาก ส..หมดวาระชุดนี้เราก็จะกลับสู่ระบบนี้คือ พรรคอันดับหนึ่งเป็นนายกฯ ผศ.ดร.ปริญญากล่าว 

ขณะที่ อลงกรณ์ พลบุตร แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขณะนั้นยังประกาศชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ก่อนถอนตัวภายหลัง เผยว่า หากไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับเสียงประชาชน ซึ่งเป็นประชาธิปไตยสายตรงตัดสินใจเด็ดขาดแล้วให้เลือกตั้งทำไม หมดเงินไป 5-6 พันล้าน ซึ่งเป็นภาษีประชาชน 

ถ้าเคารพในระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องเคารพหลักการเสียงของประชาชน 

จัดเต็ม 8 กองร้อย คฝ.รับม็อบ เชื่อ ‘(ยัง) ไม่วุ่น

ฝ่ายความมั่นคง เข้มจุดเสี่ยง 14 กลุ่มนัดรัฐสภา 

นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวผ่านโลกออนไลน์แล้ว ในโลกออนไซต์ มีการนัดหมายเบื้องต้นแล้ว อย่างน้อย 14 กลุ่มหน้ารัฐสภา เกียกกาย ได้แก่ กลุ่มแฟนคลับพรรคก้าวไกล นำโดย นภัสสร บุญรีย์, กลุ่มทะลุฟ้า นำโดย ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย กัลยกร สุนทรพฤกษ์, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดย สมยศ พฤกษาเกษมสุข, กลุ่มเครือข่ายแรงงาน นำโดย ไหม ธนพร วิจันทร์, คณะก้าวหน้า นำโดย ช่อ พรรณิกา วาณิช, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำโดย นายกรกช แสงเย็นพันธ์, กลุ่ม iLaw นำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก นำโดย ..ชุมาพร แต่งเกลี้ยง, กลุ่มทะลุวัง นำโดย ..ทานตะวัน ตัวตุลานนท์, กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ นำโดย นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง, กลุ่มวีโว่ We Volunteer นำโดย ธนากร มูลถวิล, กลุ่มเพื่อนกัญปฏิวัติ นำโดย นายจิรภาส กอรัมย์ และกลุ่มล่องนภา นำโดย มาริสา เพศยนาวิน

งานนี้ฝ่ายความมั่นคงเข้มจุดเสี่ยง กทม.-ศาลากลาง จัดที่คุมขังชั่วคราว 3 แห่ง ส่วน 3 เหล่าทัพ เตรียมกำลังในที่ตั้ง พร้อมสนับสนุน

พล...โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ในฐานะกำกับดูแลงานฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (บก..1-9) กำหนดจุดเสี่ยง พื้นที่เฝ้าระวัง จุดระดมพล เพื่อเตรียมแผนรองรับ กรณีเกิดความวุ่นวาย ทำลายสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น พ่นสี ก่อกวน ก่อความวุ่นวาย

บก..1 รับผิดชอบ 9 สน. และ 1 กองกำกับการสืบสวน พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น ทำเนียบรัฐบาล นางเลิ้ง เขตพระราชฐาน วัดพระแก้ว กระทรวงกลาโหม สนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ลานคนเมือง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกดินแดง หน้า ร.1 รอ. รัฐสภา แยกเกียกกาย ถนนทหาร 

บก..2 มีเขตรับผิดชอบ 11 สน. และ 1 กองกำกับการสืบสวน พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น สนามบินดอนเมือง หลักสี่ ศูนย์ราชการ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ จตุจักร หมอชิต สถานีกลางบางซื่อ 5 แยกลาดพร้าว รัชโยธิน วงเวียนบางเขน

บก..4 รับผิดชอบ 8 สน. และ 1 กองกำกับการสืบสวน พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง โชคชัย 4 ลาดพร้าว 

บก..5 มีเขตรับผิดชอบ 9 สน.และ 1 กองกำกับการสืบสวน พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น ใต้สถานีบีทีเอสอุดมสุข แยกบางนา สวนลุมพินี 

บก..6 รับผิดชอบ 8 สน. และ 1 กองกำกับการสืบสวน พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น หน้าหอศิลป์ sky walk เซ็นทรัลเวิลด์ แยกศาลาแดง ศาลพระพรหม แยกปทุมวัน 

บก..7 มีเขตรับผิดชอบทั้งหมด 11 สน. และ 1 กองกำกับการสืบสวน พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น ศาลาแดง ธรรมศาลา พุทธมณฑลสาย 1-4 วงเวียนใหญ่

บก..8 มีเขตรับผิดชอบทั้งหมด 11 สน. และ 1 กองกำกับการสืบสวน พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น วงเวียนใหญ่ ฝั่งบุปผาราม

นอกจากนี้ ในส่วนต่างจังหวัด กำหนดเฝ้าระวังศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ 

ขณะที่ 3 เหล่าทัพได้เตรียมกำลังทหารไว้สนับสนุนไว้ในที่ตั้ง โดยเบื้องต้นให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนการหยิบมาตรการใดๆ มาบังคับใช้นั้น มีการระบุว่าให้คำนึงสถานการณ์หน้างาน และพฤติกรรมของผู้ชุมนุมเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะบริเวณหน้ารัฐสภา 

9 กรกฎาคมที่ผ่านมา แหล่งข่าวด้านความมั่นคงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคมนี้ หากชื่อของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ไม่ผ่านรอบแรก มีแนวโน้มจะนำรายชื่อเข้าที่ประชุม 2 สภาให้โหวตใหม่ในวันที่ 19 กรกฎาคมว่า เบื้องต้นได้มีการเตรียมกำลังจากตำรวจ คฝ.จำนวน 8 กองร้อย (1,360 คน) คอยรักษาความปลอดภัยกลุ่มผู้มาให้กำลังใจ หรือกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา โดยจะป้องกันไม่ให้มีการชุมนุมกีดขวางหน้าสภา โดยจะให้ผู้มาชุมนุมอยู่บริเวณแยกเกียกกายเท่านั้น ซึ่งจากการประเมินของฝ่ายความมั่นคงในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะยังไม่มีความวุ่นวาย แต่หากมีการโหวตนายกรัฐมนตรีไม่ผ่านก็จะประเมินวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ที่คาดว่าจะมีการชุมนุมเข้มข้นมากกว่าวันที่ 13 กรกฎาคม

ฝ่ายไหนก็ใช้ได้ชัชชาติจัดให้! กทม.จ่อประกาศพื้นที่ชุมนุมสาธารณะ

เพิ่มศูนย์ราชการเกียกกาย 

จากฝ่ายความมั่นคง หันมาทางศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยถึงการเพิ่มจุดพื้นที่ชุมนุมเพิ่มเติมบริเวณรัฐสภา เกียกกาย ว่า กทม.ได้รับการประสานงานจากทางตำรวจนครบาลให้ประกาศพื้นที่ชุมนุมสาธารณะ ในพื้นที่ของศูนย์ราชการเกียกกาย กทม. ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 4-5 ไร่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามรัฐสภา จัดไว้เพื่อการชุมนุมและผู้ให้กำลังใจ โดยไม่ไปกระทบกระเทือนการทำงานของรัฐสภา โดยประกาศดังกล่าวจะออกมาก่อนวันที่ 13 กรกฎาคมนี้

เผื่อไว้ให้คนไปใช้ เป็นจุดรองรับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม เพื่อให้บริการจัดการพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราส่งเสริมการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะดูแลพื้นที่ให้เหมาะสม ชัชชาติกล่าว

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2566 จากภาคประชาชนและภาครัฐ ส่วนเหตุการณ์จริงจะเป็นเช่นไร อีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง เป็นได้รู้กัน

ทีมข่าวเฉพาะกิจ