พิธา อ้อนขอเสียง ส.ส.-ส.ว. โหวตหนุนนั่งนายกฯ เดินหน้าประเทศ วิป 3 ฝ่ายเคาะ 5 โมงเย็น 13 ก.ค.ลงคะแนนเลือก
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมวิปสามฝ่ายเพื่อเตรียมความพร้อมการในประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 13 กรกฎาคม โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ทำหน้าที่ประธาน พร้อมตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและ ส.ว.ร่วมประชุม ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 12.50 น. นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมระหว่างวิปของ ส.ว.และพรรคการเมือง ที่ประชุมหารือประเด็นการโหวตเลือกนายกฯ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย จะมีการอภิปรายและจะมีการโหวตกันได้ในเวลา 17.00 น. โดย ส.ว.ได้เวลา 2 ชั่วโมง และ ส.ส.จากทุกพรรคการเมืองได้เวลา 4 ชั่วโมง ส่วนตัวเชื่อว่าการประชุมมีข้อบังคับอยู่ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาหรือความวุ่นวายเกิดขึ้น
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยสมาชิกที่เข้ามาประชุมนั้น จะนัดคุยกับตำรวจสภา เพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปตามประกาศชุมนุมในที่สาธารณะ ขณะที่ประชาชนรวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และพรรคการเมืองก็ควรไปชี้แจงเพราะเชื่อว่าคนที่มาส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง เชื่อในเจตนาดีของประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองได้นายกรัฐมนตรี และเห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง หากได้นายกฯล่าช้าบ้านเมืองก็จะเกิดความเสียหาย ส่งผลต่อเศรษฐกิจและการลงทุน จึงขอให้คิดให้หนักว่าจะทำอย่างไรให้ได้นายกฯ ด้วยความเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ปล่อยคลิปทุกช่องทางการสื่อสารความยาว 4.33 นาที พร้อมระบุแคปชั่น จากพิธาถึงทุกคน ก่อนวันโหวตนายกรัฐมนตรี 13 กรกฎาคมนี้ ให้โอกาสประเทศไทยได้มีรัฐบาลเสียงข้างมากตามเจตจำนงของประชาชน เดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตย คืนความปกติสู่การเมือง นายพิธาระบุตอนหนึ่งว่า สวัสดีประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศทุกท่าน 14 พฤษภาคม 2566 เป็นวันที่เจตจำนงของคนไทยแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านบัตรเลือกตั้ง เลือกพรรคก้าวไกลมากถึง 14,438,851 เสียง ส่งให้เรากลายเป็นพรรคการเมืองอันดับ 1 ในสภาผู้แทนราษฎร และมี ส.ส. 151 คน ผมและพรรคก้าวไกลได้น้อมรับมติจากประชาชนเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เราได้รวบรวมพรรคการเมือง 8 พรรค หรือ 72 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในการเมืองปกติพวกเรารัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคก้าวไกลคงได้เข้าไปบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาของประชาชนได้แล้ว แต่จนถึงวันนี้เกือบ 2 เดือน การโหวตนายกฯเพิ่งจะมาถึง และยังต้องรอการตัดสินใจของ ส.ว.ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนหรือไม่
นี่คือโอกาสของประเทศไทยที่พวกเราจะคืนความปกติกลับสู่การเมืองไทยอีกครั้ง ให้โอกาสประเทศไทยได้กลับมามีรัฐบาลที่ชอบธรรม เดินหน้าซ่อมแซมแก้ไขประเทศไทยตามที่ประชาชนคาดหวัง ให้โอกาสประเทศไทยกลับสู่ครรลองของการเมืองรัฐสภาที่ประชาชนเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้ได้ การโหวตเลือกนายกฯที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 ก.ค. ไม่ใช่การเลือกพิธา ไม่ใช่การเลือกพรรคก้าวไกล แต่คือการเลือกเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยแบบปกติ เช่นเดียวกับประเทประชาธิปไตยทั่วโลก คือการเลือกเพื่อยืนยันว่าแม้เราจะยังอยู่กับรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการเมืองที่ไม่ปกติ แต่สมาชิกรัฐสภาทุกคนสามารถร่วมกันใช้เสียงของตัวเองสานต่อเจตนารมณ์ที่ประชาชนแสดงออกผ่านการเลือกตั้งให้ลุล่วง จัดตั้งรัฐบาลที่เป็นตัวแทนเสียงข้างมากให้สำเร็จ
“ในโอกาสนี้ผมขอสื่อสารไปยัง ส.ส.และ ส.ว.ทุกท่าน ท่านอาจไม่ชอบแนวทางการเมืองของพวกเราในระบอบการเมืองปกติ แต่พวกท่านตรวจสอบผมได้ โจมตีผมได้ โหวตผมออกจากตำแหน่งก็ยังทำได้ แต่การโหวตให้รัฐบาลเสียงข้างมากคือการให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าในแบบที่ควรจะเป็น” นายพิธาระบุ

