คอลัมน์หน้า 3 : ปฏิมา การเมือง รัฐสภา 13 กรกฎาคม ห้วง เปลี่ยนผ่าน
การมาถึงของวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม สำหรับ รัฐสภา เกียกกาย ดำเนินไปด้วยความเร้า เย้ายวนใจยิ่ง
ไม่ว่าทาง “ความคิด” ไม่ว่าทาง “การเมือง”
เพียงการออกมาในท่วงทำนองแบบร้องท้าอยู่หน้าค่ายของ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประสานกับ นายสมชาย แสวงการ
ก็เรียก “แขก” ให้มา “ทัวร์” อย่างคึกคักอยู่แล้ว
แต่นี่เมื่อมีภาคประชาชนไม่น้อยกว่า 14 กลุ่มประกาศนัดแฟนานุแฟนให้เดินทางไปสังเกตการณ์ “หน้า” รัฐสภา
ยิ่งก่อให้เกิดอาการอย่างที่เรียกว่า “นอสทัลเจีย”
พลันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออก “คำสั่ง” ถี่ยิบตระเตรียมสถานที่ “กักขัง” ตระเตรียม15 กองร้อยเพื่อรับมือการมาเยือน
ภาพเมื่อปี 2563 ภาพเมื่อปี 2564 ก็ฉายโชน
เมื่อเป็นภาพการเคลื่อนไหวเมื่อปี 2563 หลายคนนึกถึง “คอนเทนเนอร์” หลายคนนึกถึง “แก๊สน้ำตา” หลายคนนึกถึง “กระสุนยาง”
ความเหี้ยมหาญของ “คฝ.”
เห็นภาพการจับกุม ทนายอานนท์ นำภา เห็นภาพการส่งกำลังเข้าจัดการกับ ไผ่ ดาวดิน และ พริษฐ์ เพนกวิน
รวมถึง “รุ้ง ปนัสยา” รวมถึง “มายด์ ภัสราวลี”
เพียงแต่ในเดือนกรกฎาคม 2566 คล้อยหลังคำประกาศของ “ตร.” ไม่กี่นาทีก็ปรากฏการเคลื่อนไหว
1 รัฐสภา 1 กรุงเทพมหานคร
เป็นรัฐสภาในยุค นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นกรุงเทพมหานครในยุค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
สวนทางกับ “ตำรวจ” อย่างขาวกับดำ
ภาพของตำรวจย่อมเป็นภาพของตู้คอนเทนเนอร์ ย่อมเป็นภาพของแก๊สน้ำตา ย่อมเป็นภาพของกระสุนยาง
มีเงา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ภาพของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มีรังสีแห่ง “ประชาธิปไตย” ภาพของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีความนุ่มนวล เปิดกว้าง
สะท้อน “รากฐาน” อัน “ต่าง” กัน
ภาพของตำรวจตีคู่มากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภาพของรัฐสภา กทม.ตีคู่มากับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
1 มาจาก “รัฐประหาร” 1 มาจาก “เลือกตั้ง”
เมื่อเป็นฐานแห่งรัฐประหาร ย่อมสวมวิญญาณเผด็จการ ย่อมต้องการสลายการชุมนุม อย่างฉับพลันทันใด
เมื่อเป็น “เลือกตั้ง” ย่อมมีกลิ่นอาย “ประชาธิปไตย”
การประชุมในวันที่ 13 กรกฎาคม จึงสะท้อนรัฐบาล สะท้อนรัฐสภา ในช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
จากยุค “เผด็จการ” สู่ “ประชาธิปไตย”
จากท่วงทำนองที่เห็นการเคลื่อนไหวของประชาชนเป็นศัตรู ไม่อยากเห็น ไม่ต้องการให้ปรากฏขึ้น
1 รังเกียจประชาชน 1 เคารพประชาชน

