“บิ๊กตู่” พอใจผลโพล เชื่อมั่นรัฐบาล ลั่นปีใหม่จะใจเย็น ทำตัวดีขึ้น ขอบคุณสื่อไม่ตั้งฉายา บอกตั้งไปก็เรื่องตลก
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ธันวาคม ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 27 ธันวาคม ว่าเป็นการประชุมในวาระปกติ ไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ หรือการให้ของขวัญให้กับประชาชนในช่วงปีใหม่ อีกทั้งกว่าจะถึงปีใหม่ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ทั้งนี้ของขวัญที่รัฐบาลให้กับประชาชนมีมากแล้ว จะเอาอะไรกันเยอะนัก แล้วพอให้เยอะก็บอกว่าใจดี ไม่มีความพอดี ให้ก็ว่าไม่ให้ก็ว่า ทั้งนี้คงไม่มีของขวัญอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากได้ออกมาตรการไว้ล่วงหน้าจากการประชุม 2-3 ครั้งที่ผ่านมา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่พึงพอใจการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารมากกว่าการเลือกตั้ง ว่า ก็เป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ขอขอบคุณที่เข้าใจว่ารัฐบาลตั้งใจทำงานอย่างไร แต่แน่นอนว่าปัญหาอุปสรรคก็ยังมีอยู่บ้าง ข้อสำคัญเรามีระบอบการปกครองประชาธิปไตยในอนาคตใช่หรือไม่ ซึ่งการทำวันนี้ก็เพื่อไปสู่จุดดังกล่าว ขอให้ช่วยตนตรงนี้ก่อน ผลสำรวจวันนี้แสดงว่าทุกคนเริ่มเข้าใจมากขึ้น เพราะถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้มันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรไม่มีราบรื่นอยู่แล้ว ก็ต้องเจอกับอุปสรรค ซึ่งตนก็อดทนให้เต็มที่ อยู่ที่พวกเราทุกคน
“ขอบคุณสื่อทุกคนด้วยที่ปีนี้ ไม่ตั้งฉายาให้รัฐบาล ต้องขอบคุณ ไม่รู้จะตั้งไปทำไม ตั้งไปก็เป็นเรื่องตลกกันไปเปล่า ๆ อย่าเลย ปีหน้าผมจะทำตัวให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ใจเย็นขึ้นเยอะ ๆ แค่นั้นแหละ ก็ขอให้ทุกคนใจเย็นกับผมบ้าง อะไรต่าง ๆ ก็ตามที่มีข้อมูลเข้ามา ขอความกรุณาตรวจสอบกันซักหน่อยว่าใช่หรือไม่ใช่ จริงหรือไม่จริง ถามผมก็ได้ ผมจะได้ชี้แจงได้ ถ้าไปฟังข้อมูลที่ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ เสร็จแล้วก็จะเป็นการสร้างความเข้าใจผิดไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นคำว่า ซิงเกิลเกตเวย์ มันก็ไม่ใช่ แล้วก็ไม่เห็นมีใครแก้ให้เลยว่ามันไม่ใช่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ปีหน้าจะยังคงออกกำลังการในทุกวันพุธ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าไม่ติดอะไรก็ทำ แต่อย่ามาอะไรกับเรื่องการแสดงของตนเลย บางวันก็อาจจะเล่นน้อยบ้างมากบ้าง วันไหนไม่ค่อยสบายก็จะลดลง แค่นั้นเอง อย่ามาตามเหมือนตนเป็นดารา เล่นกีฬา ซึ่งมันไม่ใช่ ตนต้องการเพียงแค่จะนำลูกน้องให้ออกกำลังกาย ซึ่งเท่าที่ทำมาเขาก็ดีใจที่ได้ออกกำลังกาย โดยออกกำลังแค่วันพุธคงไม่ได้อะไรมากนัก เพียงแต่เขาก็ไปออกต่อในวันอื่น ๆ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ทุกอย่างมันต้องมีการเริ่มต้น ต้องมีการนำ ตนเป็นผู้นำก็ต้องนำเขาก่อน เช่นเดียวกับที่ตนนำทหาร ซึ่งตนก็ทำอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ทั้งการนำออกกำลังกาย การฝึกทหาร ก็ใช้วิธีการแบบนี้ตลอดก็เร็วขึ้นหน่อย ถ้าได้นำเป็นตัวอย่าง หรือร่วมทำไปพร้อมกับเขา ถือเป็นความร่วมมือกัน ไม่ใช่เอาแต่สั่งอย่างเดียว ตัวเองต้องทำได้บ้างแม้ไม่ได้เก่งมากนัก สำหรับกีฬาที่เล่นผ่าน ๆ มา ทั้ง 5 ประเภทก็ชอบทุกอย่าง ซึ่งตอนเด็กก็เล่นได้ทั้งหมด แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องระวังบ้าง รู้ว่าหลายคนเป็นห่วง เพราะล้มลุกคลุกคลาน ใจมันถึงลูกบอลแล้วแต่ร่างกาย และขายังไปไม่ถึง เพราะช้ากว่าเดิม เนื่องจากร่างกายมาใช้ในการบริหารเสียเยอะ ชิ้นส่วนความเคลื่อนไหวมันขาดหายไปเสียมาก อายุก็ 60 กว่าปีแล้ว จะเอาอะไรอีก

