เดือด! ดร.จอห์น ยื่นญัตติด่วนตั้งกก.วิสามัญสะพานถล่ม เจอลุกค้าน จวกก้าวก่ายโยธาฯ ก่อนถูกสวนทันควัน

12.07.23 | 12:15 น.

เดือด! ดร.จอห์น ยื่นญัตติด่วนตั้ง กก.วิสามัญสะพานถล่ม เจอลุกค้าน จวกก้าวก่ายโยธาฯ ก่อนถูกสวนทันควัน

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้ยื่นเสนอญัตติด่วนเรื่องตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษา ตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในความรับผิดชอบของ กทม. เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

จากนั้น นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ได้คัดค้านญัตติดังกล่าว โดยกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับญัตติที่เสนอ เพราะการศึกษาวิสามัญ ต้องมีการตั้งเฉพาะเรื่อง แต่ในกรณีของท่านสุรจิตต์ เป็นการศึกษาโครงการขนาดใหญ่ทั้ง กทม. ซึ่งเป็นการก้าวก่ายการทำงานของคณะกรรมการโยธาและผังเมือง ถ้าดูในข้อบังคับการประชุมมันผิดมารยาทในการทำงาน เป็นการก้าวก่ายการทำงานของคณะ

“ในกรณีนี้ไม่น่าจะเป็นญัตติในการตั้งกรรมการวิสามัญ ถ้ากรณีผมเป็นกรรมการสามัญคณะโยธาหรือสมาชิกสภากรุงเทพ ผมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของสำนักแพทย์ จะทำเช่นนั้นก็ไม่ได้ โครงการขนาดใหญ่ใน กทม. เป็นโครงการของโยธาทั้งนั้น ถ้าจะตั้งการตรวจสอบ ท่านต้องตั้งเฉพาะเรื่อง อย่างนี้เป็นการตั้งกว้างเกินไป

กรณีเช่นนี้ ถ้าท่านจะตั้งให้ตรวจสอบเฉพาะสะพานลาดกระบัง ผมเห็นด้วย แล้วมาทำงานร่วมกันได้ แต่ในกรณีตั้งภาพรวมตรวจสอบทั้ง กทม. ผมไม่เห็นด้วย และเป็นการก้าวก่ายการทำงานของคณะกรรมการคณะโยธาและผังเมือง” นายนภาพลแย้ง

Advertisement

ด้านนายสุรจิตต์กล่าวว่า ตนระบุชัดเจนว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กทม. อย่าคิดเรื่องการก้าวก่าย เราทำงานร่วมกัน เหมือนวิสามัญทุกๆ ครั้งที่เราตั้ง ไม่ว่าจะเป็นหมาแมวจรจัด ถามว่าก้าวก่ายสำนักอนามัยหรือไม่ ถ้าคิดเช่นนี้ก็เป็นการก้าวก่าย การศึกษาเรื่องรถอีวีเป็นการก้าวก่ายสำนักจราจรและขนส่ง สำนักสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ในข้อบังคับการประชุม ตนระบุชัดเจนว่าไม่ได้ตรวจสอบทุกโครงการของ กทม.

“เพราะมันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น เมื่อสมาชิกพูดว่าอย่างนี้ตรวจสอบสำนักการแพทย์ คุณจะไปตรวจสอบอะไรเขา แต่โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ เมกะโปรเจ็กต์เกิดขึ้นในพื้นที่ของผม และจะมีอีกหลายโครงการเกิดขึ้นใน กทม. เช่น โรงพยาบาลบางนา โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ หรือของสำนักการระบายน้ำ

“มันไม่ดีหรือที่เรามาช่วยกันศึกษาให้ลึก เจาะจง การตั้งวิสามัญสามารถเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงเข้ามา สุดท้ายผลการศึกษาเป็นการถอดบทเรียนก็กลับมาที่คณะของท่าน ผมไม่ได้เอาไปตีกินผลงาน หรือคนที่อยู่ในคณะจะบอกว่าเป็นผลงานของตัวเอง มันเป็นผลงานของสภา กทม. ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง” นายสุรจิตต์อธิบาย

จากนั้น นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตนเห็นด้วยกับนายสุรจิตต์ เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นมันมีความสูญเสีย มีคำถามจากประชาชนกลับมาหาเราว่าเราจะต้องรอให้มันเกิดอีก หรือเราจะทำงานเชิงรุก เพราะตอนนี้ใจความสำคัญคือเรื่อง Timing การทำงานแข่งกับเวลา

“มันเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่นับเวลาถอยหลังไปเรื่อยๆ การที่เสนอตั้งวิสามัญเรื่องนี้ขึ้นมา ผมมองว่ามันเป็นการช่วยกันทำงาน ถามว่าสำนักโยธาสามารถทำหน้าที่ดูแลได้ 100% หรือไม่ ท่านกล้าตอบหรือไม่ว่าทำได้ 100% ฉะนั้นวันนี้มันไม่ใช่เรื่องก้าวก่าย มันคือการช่วยกัน” นายวิพุธกล่าว

ด้าน นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ กล่าวว่า ตนมิได้ปฏิเสธญัตตินี้ เห็นถึงความเดือดร้อนและเหตุผลของการที่จะต้องศึกษา แต่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมานั้น เรามีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาเยอะมาก เยอะจนกระทั่งสมาชิกสภา กทม. ไม่มีเวลา หรือทางฝ่ายบริหารเองก็แทบจะไม่มีเวลามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ แล้วไหนจะต้องมีอนุกรรมการลงไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของคระกรรมการนั้นๆ อีก

“ผมไม่ได้คัดค้านการตั้งคณะกรรมการวิสามัญในเรื่องนี้ แต่ในสัปดาห์นี้ เราจะมีการตั้งกรรมการวิสามัญอีกไม่ต่ำกว่า 2 หรือ 3 กรรมาธิการ ผมกล้าพูดเลยว่า บางครั้งผมอาจจะไม่ได้มาประชุมคณะกรรมการ เพราะต้องลงพื้นที่ ไปหาข้อเท็จจริง หาปัญหา เพื่อนำมาเสนอต่อสภา ขนาดสภาเราเปิดมา 1 ปี วิสามัญบางชุดยังศึกษากันไม่จบตามเวลา แล้วยังจะตั้งกันขึ้นมาอีก อีก 3-4 ปีข้างหน้า วิสามัญไม่ล้นสภาหรือ” นายวิรัชตั้งคำถาม

ในตอนหนึ่งนายสุรจิตต์กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก และไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่เขต กี่ครั้งในกรุงเทพมหานครของเรา ถามว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเคยมีกรณีศึกษาไหม เคยถอดบทเรียนหรือไม่ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

“ในเมื่อที่แห่งนี้ท่านเรียกว่าสภาอันทรงเกียตรติ สมาชิมาจากการเลือกตั้งโดยที่ผู้บริหารก็มาจากการเลือกตั้ง ปัญหามันเยอะจริงๆ ผมเข้าใจว่าปัญหาที่ผ่านมามันถูกหมักหมม ไม่ถูกแก้ไข วันนี้จึงมาขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา จึงขอเสนอการศึกษาโครงสร้างขนาดใหญ่ ในการวิเคราะห์แยกแยะ ถอดบทเรียนที่เกิดขึ้น

“เหตุมันเกิดที่บ้านของผม เกิดในที่ของผม ท่านผู้ว่าก็ไป ผมก็อยากจะศึกษากรณีนี้รวมถึงการก่อสร้างอื่นๆ ที่จะเกิดในปีงบประมาณนี้ และงบประมาณต่อไป มันพังในรัฐบาลชุดนี้ แล้วเราจะไม่ทำอะไรเลยหรือ ผมอยากตั้งกรรมการมาศึกษาโดยตรงว่ามันเกิดจากอะไร อยากถอดบทเรียน” ดร.สุรจิตต์ทิ้งท้าย