‘พิธา’ ลั่นไม่ถอย เชื่อ ส.ว.โหวตตามหลักการ ถึงรอบ 2 ไม่ผ่านก็เดินหน้าโหวตต่อ
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวตอนหนึ่งใน รายการเปิดปากกับภาคภูมิ ถึงประเด้นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ และการรวบรวมเสียง ส.ว.ได้ถึงหรือไม่ ว่าต้องประเมินอีกที ความรู้สึกตนตอนนี้ มั่นใจแต่ไม่ประมาท เชื่อว่า ส.ว.เลือกโหวตตามหลักการ ยึดมติของประชาชนเป็นที่ตั้ง คืนความปกติทางการเมือง ทั้งนี้ ต้องชื่นชนในความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของ ส.ว.ที่โดนกดดันหลายอย่าง เพราะยังมีความพยายามต่างๆ ที่สกัดกั้นตนมาเรื่อยๆ คงจะได้เห็นพร้อมๆ กันในวันพรุ่งนี้ (13 กรกฎาคม) ขณะเดียวกันฝ่ายที่ต้องการสกัดกั้นตนไม่ให้เข้าสภา ก็ประเมินไม่ได้เช่นเดียวกัน ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจที่จะปล่อยตนไปถึงวันพรุ่งนี้ เลยมีกระบวนการนอกรัฐสภาในการจัดการขึ้น
ส่วนที่ ส.ว.บอกว่า ขอให้บอกว่าเลิก ม.112 ไปเลย จะโหวตเลือกให้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี นายพิธากล่าวว่า ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่ ส.ว.กังวลหลายเรื่อง เช่น ม.112 การแบ่งแยกดินแดน นโยบายต่างประเทศ ซึ่งตนได้มีโอกาสอธิบาย ส.ว.หลายคนแล้ว เริ่มที่จะฟัง และเข้าใจมากขึ้น
ได้พูดคุยกับนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่ได้คุยเลย
นายพิธากล่าวว่า ถ้าประชาชนยังไม่ถอย ผมก็ยังไม่ถอย สถานการณ์แบบนี้ต้องมีสติ ค่อยๆ คิด ถ้าเราเสียขวัญเมื่อไหร่เขาชนะทันที ถ้าเรามุทะลุเมื่อไหร่ เขาชนะทันที ทุกสิ่งอย่างมีขั้นมีตอน ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้ให้กลุ้ม และจะไม่ให้มวลชนมากดดัน ขอให้ประชาชนเอาประเทศเป็นที่ตั้ง ไม่ต้องห่วงผม เอาหลักการของประเทศที่ตั้ง และถ้าวันที่ 19 กรกฎาคมโหวตนายกรัฐมนตรีไม่ผ่าน ก็เดินหน้าในการโหวตครั้งต่อไป
สุดท้ายยังไงไปไม่ถึง สนับสนุนพรรคเพื่อไทยขึ้นหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า แกนนำทั้งสองพรรค เห็นตรงกันว่ายังไม่มีแผนสอง เห็นตรงกันว่าเดินหน้าแผนหนึ่งตามมติของประชาชน
ถ้าไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คิดหรือไม่ว่าจะเป็นอะไรระหว่างเป็นพรรคร่วมกับฝ่ายค้าน นายพิธากล่าวว่า ยังไม่ได้วิเคราะห์ ยังไม่ได้คิดถึงทั้งคู่ คิดว่าจะทำยังไงไปถึงเป้าหมายก่อน
“เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว เป็นเรื่องของประเทศทั้งประเทศ เรื่องระบบทั้งระบบ มันเป็นเรื่องของทั้งนา ไม่ใช่แค่หนูตัวนี้ตัวเดียว ฉะนั้นการที่คุณจะจับหนูตัวเดียวแล้วเผาทั้งนาแบบนี้ ทำให้ทุกอย่างวอดวาย วุ่นวายไปหมดเพื่อจัดการผมคนเดียว ผมคิดว่าเรามีประสบการณ์ และประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปประมาณ 20-30 ปี ทำให้เราเรียนรู้กันเยอะว่าทำให้ประเทศเสียโอกาสมากขนาดไหน” นายพิธากล่าว

