หน้าแรก การเมือง อานนท์ ยื่นคำ...

อานนท์ ยื่นคำขาด กกต.ต้องคิดคุก ชวนจำหน้า ส.ว. ไม่ฟังเสียง ปชช. ลั่น ม็อบฮือแน่

12.07.23 | 20:58 น.

อานนท์ ยื่นคำขาด กกต.ต้องคิดคุก ชวนจำหน้า ส.ว. ไม่ฟังเสียง ปชช. ลั่น ม็อบฮือแน่

สืบเนื่องจากกรณี กกต.มีมติเอกฉันท์ ให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย นั้น

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หนึ่งในแกนนำราษฎร นัดหมายชุมนุมเพื่อส่งสารถึง กกต. และ วุฒิสมาชิก (ส.ว.)

บรรยากาศ เวลา 19.45 น. นายอานนท์ นำภา กล่าวปราศรัยว่า ช่วยกันจูงใจเหล่า ส.ว.ร่วมเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ โหวตให้คุณพิธา วันนี้เราไม่มีความจำเป็นต้องมา เพราะก่อนหน้านี้ปี 2563 รวมถึงคนเสื้อแดง เราออกมาบาดเจ็บล้มตายเป็นร้อย ถนนเส้นนี้มีคนเสื้อแดงถูกยิงตายเป็นร้อย เพราะการต่อสู้บนท้องถนน มันสูญเสีย จึงส่งตัวแทนเข้าสภา

เราอดทนอดกลั้นตลอด 4 ปี เพื่อ 14 พฤษภาคม ไปลงคะแนนเสียง สะท้อนเจตจำนง เขาบอกว่า ติดคุก ออกมาไม่ให้พูดเรื่องสถาบันฯ เราอดทนเพื่อให้ ส.ส.ไปพูดในที่ๆ ปลอดภัย ก่อนและหลังเลือกตั้ง เราถูกโจมตีมากมาย ทุกเวทีดีเบตมีการพูดถึงประเด็นโครงสร้าง อย่าง ปฏิรูปกองทัพ 3, จังหวัดชายแดนใต้ ไม่มีโอกาสพูดถึงจึงเลือกพรรคของ อ.วันนอร์ เพราะสอดคล้องกับนโยบายของก้าวไกล และเพื่อไทย

Advertisement

“ผลการเลือกตั้งออกมา โคตรชัดเจน เพราะ 43 จังหวัด พรรคก้าวไกลมีปาร์ตี้ลิสต์ มาเป็นอันดับ 1 เมื่อรวมทั้งประเทศ 73 จังหวัดที่เลือกฝ่ายประชาธิปไตย 75 เปอร์เซ็นต์ โคตรเป็นฉันทามติ ที่จะให้ฝ่ายประชาธิปไตย ได้มาบริหารประเทศ แม้แต่ ส.ส.บุรีรัมย์ ภูมิใจไทย ปาร์ตี้ลิสต์ก็เป็นส้ม แดง ทั้งนั้น นี่คือฉันทามติของคนทั้งประเทศ แต่พวกเขาก็ออกแบบมา 5 ปีแรกให้ ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯ เพราะเขารู้ว่า 4 ปี จะหมดอายุของ ประยุทธ์ ถ้าโหวตอีก จะอยู่อีก 4 ปี นี่คือการวางยาทางการเมือง”

“ดับพรรคเพื่อไทยได้ ก็ก่อเกิดอนาคตใหม่ 80 กว่าเสียง พรรคที่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 หาเสียงแล้วก็สู้ไม่ได้ เพราะบัตรเขย่ง เขาถึงรวม ส.ว.จัดตั้งรัฐบาลได้ แล้วแจกกล้วย ซื้องูเห่า พอพรรคก้าวไกลทำงานได้ดีในสภา เขาก็หาทางสกัดพรรคก้าวไกล เปลี่ยนเป็น บัตร 2 ใบ ดับไปดับมา พรรคก้าวไกลชนะอันดับ 1 เพราะคนตื่นจากหลับกันแล้ว” นายอานนท์ชี้

นายอานนท์กล่าวต่อว่า เมื่อพรรคเพื่อไทย พูดออกมาชัดๆ ว่าไม่จับ 3 ป. 26 จังหวัดถึงเลือกเพื่อไทย เพราะมั่นใจว่าจะไม่จับมือกับ 3 ป. แน่นอน จนตอนนี้มีด้อม มีติ่ง เหล่านี้คือพลังของประชาชนที่แท้จริง ก้าวไกลจะไปจับมือชาติพัฒนากล้า ทัวร์ลงจนต้องถอย อย่างมีนัยนะสำคัญ และเรามารวมกัน เพื่อบอกว่า ประชาชนจะมีพลังอีกครั้ง

“ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วเลือกตั้งเลย แต่ก่อนถึงพรุ่งนี้ สมุนเผด็จการได้สำแดงเดช กกต.มีมติส่งคำร้อง กรณีซื้อหุ้นไอทีวี กกต.ยังดึงดันต่อไป กกต.ต้องติดคุกสถานเดียว เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะมันชัดเจน ก่อนวันโหวต วันเดียว สุนัขยังรู้ว่าต้องการอะไร ต้องการให้เหตุผล ส.ว.มาอ้าง แต่หารู้ไม่ว่าประชาชนไม่ยอม นั่นแค่ด่านแรก

ด่านที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ รับคำร้องนโยบายก้าวไกล ที่จะแก้ไข ม112 ว่า ขัดรัฐธรรมนูญ อาจเป็นการล้มล้างการปกครอง เป็นอำนาจ ของ ส.ส.โดยแท้ ฟังมติของประชาชน 14 ล้านเสียงเป็น มีความเห็นให้ยกเลิก แก้ไข 112 แต่ไปอ้างเสียงส่วนน้อย”

“เขาพยายามอ้างว่าคนเลือกเพื่อไทย ไม่หนุนแก้ ม.112 แต่ตะวัน แบมไปทำโพลเวทีปราศรัยพรรคเพื่อไทย โพลเป็นเอกฉันท์ ว่าต้องการยกเลิก 112 นั่นแสดงว่า 75 เปอร์เซ็นต์ เห็นไปในทางเดียวกัน เราหวังว่าเรื่อง ม.112 กระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่า ทำให้กองทัพสมาร์ต เราไม่ได้หักด้ามพร้าด้วยเข่า เราจะให้ ส.ส.เข้าไปแก้กฎหมาย แต่ตอนนี้คนสังคมเก่า กำลังจะปิดตายประตูนั้น ไม่ให้มีการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองโดยสันติ ไม่สนใจคนข้างนอก

“ผมอยากท้า มีเสียงหนึ่งที่จะไปตะโกนให้ได้ยิน คือเสียง จากปากสดๆ ของประชาชน” นายอานนท์กล่าว

นายอานนท์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าเลือกตั้ง เสียงจากโซเชียลอาจะมีพลัง แต่พวกเขาก็แกล้งไม่ได้ยิน เสียงที่ลงหีบมีพลัง เขาก็ทำท่าไม่ได้ยินในวันนี้ มันเลี่ยงไม่ได้ ที่จะส่งเสียงสดๆ ให้ได้ยิน พรุ่งนี้พนักงานบริษัท อย่าเพิ่งลางาน เดี๋ยวได้ลาอีกยาว

“ถ้าพรุ่งนี้เราถูกหักหลัง การต่อสู้ของประชาชานทั่วประเทศ เกิดขึ้นแน่นอน เราทนได้ ถ้าจะโดนเหยียบย่ำ โดนกระทืบ แต่ทนไม่ได้ ถ้าเอาตีนมาลูบหน้าผม ผมไม่ยอม เสียง 25 ล้าน คือเสียงศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนแปลงไปจากนี่ไม่ได้ ไม่ยอม”

“ผบ.เหล่าทัพ อ้างมีงานสำคัญไม่เข้าไปโหวต มันจะมีงานอะไรสำคัญกว่านี้อีก ผบ. เหล่าทัพ ถ้าพรุ่งนี้ไม่เห็นหน้า เจอกัน อย่าแสดงความเป็นกลางโดยการไม่โหวต เพราะนั่นคือ ไม่เห็นด้วย เราจะจำหน้า จำนามสกุล ต่อให้เปลี่ยนชื่อ ไปทำศัลยกรรม ก็จำได้ นี่คือการต่อสู้ทุกรูปแบบ ในแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ช่วยกันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ การต่อสู้บนท้องถนนก็ต้องทำ มี 3 อย่าง โซเชียล บัตรเลือกตั้ง ลงถนนคือทางสุดท้าย”

“เป็นการเลือกตั้งที่มีคนกลับบ้านมากสุดในประวัติศาสตร์ ปี 66 แทบจะไม่เชื่อ ทุกอย่างเอื่อยๆ ทุกคนมุ่งหนาทำงาน แต่แรงเฉื่อยนั้น ผลักให้เรากลับไปเลือกตั้ง สะท้อนเสียงของประชาชนออกมาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นี่คือการแลนด์สไลด์ของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” นายอานนท์กล่าว

นานอานนท์กล่าวต่อว่า พรรคที่โดนกล่าวหา ว่าแบ่งแยกแผ่นดิน ถูกเลือกมา 14 ล้านเสียง ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจออกคำสั่งให้พรรคก้าวไกล หยุดแก้ไข ม.112 นั่นหมายความว่า ศาลสามารถบริหารประเทศได้ผ่านคำสั่งศาล ซึ่งไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน จะก้าวก่ายอำนาจบริหารไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องยืนยัน ตนไม่ขายหน้า แต่ต้องไม่ปิดประตู เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้คนเห็นด้วย-เห็นต่าง

“แน่จริงก็ลุกขึ้นมาอภิปราย เราก็ส่งลูกเกด โตโต้ เข้าไป ทำไมแก้ 112 ไม่ได้ เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีบนท้องถนน นี่คือการแก้ปัญหาที่สันติวิธีที่สุด นี่คือสัญญาณการดิ้นครั้งสุดท้าย ของฝ่ายอนุรักษนิยม และการดิ้นครั้งสุดท้าย มักแสดงความหน้าด้านที่สุด เช่น ส.ว.ไม่อยากเข้าสภา กลัวม็อบ”

“จำชื่อไม่พอ จำนามสกุลด้วย เพราะคนเหล่านี้คือปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองอย่างแท้จริง เขย่งอย่างไรก็สู้ไม่ได้ นับใหม่ก็สู้ไม่ได้ เพราะคนในสังคมเลือกแล้ว ให้ฝ่ายประชาธิปไตย มาบริหารประเทศ”

“เกาะกันให้เหนียวแน่น ประชานจะเป็นผนังทองแดงให้แน่นอน” นายอานนท์กล่าว

ด้าน นายธัชพงศ์ หรือ บอย กล่าวว่า ถ้ามีอะไร ลงถนนยาวแน่นอน

“พรุ่งนี้เราจะไปปักหลักฝั่ง ส.ส. ไม่ไปฝั่ง ส.ว. เพราะจะไปตามเกมของเขา” นายธัชพงศ์ กล่าว

ก่อนยุติการชุมนุมในเวลา 20.15 น.