‘พ่อปารีณา’ ออกจากบ้านตี 4 มาเชียร์ ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ชี้ฉันทามติ ปชช.คือเสียงสวรรค์
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย ฝั่งศูนย์ราชการ กทม. เขตดุสิต กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับและอำนวยความสะดวก ประชาชนที่จะมาจัดกิจกรรมชุมนุม ติดตามการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
บรรยากาศในช่วงเช้า ประชาชนทยอยเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดเตรียมเครื่องเสียง อาทิ จอภาพและลำโพงขนาดใหญ่ติดตั้งในพื้นที่เพื่อติดตามรับฟังการอภิปรายในสภา และการโหวตนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.35 น. นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และอดีต ส.ส.ราชบุรี หลายสมัย ให้สัมภาษณ์มติชน ว่า ทุกคนคงมีความเห็นเหมือนตน ที่ผลเลือกตั้ง วันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา พรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับ 1 คือพรรคก้าวไกล ที่สำคัญคือ คะแนนที่พรรคก้าวไกลได้ คือคะแนนจากเสียงสวรรค์ ตนอยู่การเมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ติดตามการเมืองมาตลอด ใฝ่ฝันอยากเห็นพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งจากเสียงสวรรค์ ไม่ใช่ชนะการเลือกตั้งจากสิ่งจูงใจทั้งหลายที่เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม

“เมื่อพรรคก้าวไกลได้ฉันทานุมัติมาเป็นอันดับที่ 1 ในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก พรรคนั้นและหัวหน้าพรรคนั้นต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญในแถบประเทศอียู นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้งจึงจะสมบูรณ์ คุณพิธา เป็นนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากบัญชีปาร์ตี้ลิสต์” นายทวีกล่าว
นายทวีกล่าวว่า มาวันนี้ด้วยความสุจริตใจ ไม่ได้มีใครชวนมา
“ออกจากบ้านตั้งเเต่ตี 4 เพื่อมาเป็นกำลังใจให้คุณพิธาเป็นนายกฯของประชาชนตามความมุ่งหมายของประชาชน เป็นนายกฯที่มาจากพรรคการเมือง และเสียงที่ได้มาคือเสียงสวรรค์ เป็นพรรคในฝันพรรคในอุดมการณ์ผมเจอเเล้ว ผมจึงมาให้กำลังใจเต็มที่ ตอนนี้มีสกัดกั้นหลายอย่างเหลือเกิน ตอนนี้ กกต.ก็ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญเสียเเล้ว บ้านนี้เมืองนี้มันเป็นอะไร อำนาจประชาธิปไตยมาจากประชาชนไม่ได้มาจากองค์กรอิสระ” นายทวีกล่าว
“สมการทางคณิตศาสตร์ ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ 8 พรรค รวมแล้วได้ 312 เสียง นี่คือเสียงข้างมากของประชาชนได้ตัดสินแล้ว และทุกพรรคแม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ด้วยเสียงข้างมาก 312 เสียง นี้คือสมการทางคณิตศาสตร์ 2+2 = 4 เป็นเสียงข้างมาก” นายทวีกล่าว

