หน้าแรก การเมือง สื่อนอกจับตาไ...

สื่อนอกจับตาไทย โหวตเลือกนายกฯคนใหม่ ชี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของประชาธิปไตยไทย

13.07.23 | 13:26 น.
ภาพรอยเตอร์

สื่อนอกจับตาไทย โหวตเลือกนายกฯคนใหม่ ชี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของประชาธิปไตยไทย

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สื่อต่างประเทศต่างติดตามรายงานสถานการณ์การเมืองไทยที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยต่างชี้ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเมืองไทย โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อชั้นนำพาดหัวข่าวว่า “ประชาธิปไตยไทยเผชิญช่วงเวลาสำคัญ ขณะรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่” โดยระบุว่า นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับอนาคตของประชาธิปไตยในประเทศไทยหลังการปกครองที่มีทหารหนุนหลัง ซึ่งเต็มไปด้วยความปั่นป่วนมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ และว่า คาดว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ของไทยจะเผยให้เห็นว่าฟากรัฐบาลเดิมจะยอมรับตัวเลือกของประชาชนที่ได้โหวตสนับสนุนอย่างท่วมท้นให้กับพรรคฝ่ายค้านหัวก้าวหน้าอย่างพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาหรือไม่

อย่างไรก็ดี ซีเอ็นเอ็นชี้ว่าได้เกิดความเสื่อมถอยที่สำคัญขึ้นก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้อง 2 เรื่อง ในประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติหรือไม่ จากการถือครองหุ้นสื่อ และกรณีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายพิธาและพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ซึ่งซีเอ็นเอ็นชี้ว่า เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อเส้นทางสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายพิธา โดยซีเอ็นเอ็นระบุอีกว่า หากมีการเดินหน้าไต่สวนคำร้องดังกล่าว นายพิธาถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง ผลลัพธ์ดังกล่าวน่าจะยิ่งเติมเชื้อไฟความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลที่เป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การลงถนนประท้วงได้

เช่นเดียวกับสำนักข่าวบีบีซีที่เกาะติดสถานการณ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งพาดหัวข่าวว่า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้นำนักปฏิรูปของไทย เผชิญการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่แน่นอน” โดยชี้ว่า นอกจากนายพิธาจะต้องฝ่าด่านของการต้องรวบรวมเสียงโหวตสนับสนุนให้ได้ถึง 376 เสียงของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว นายพิธายังเผชิญกับอุปสรรคใหญ่อื่นๆ อีกเมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับ 2 คำร้องเกี่ยวกับนายพิธาเรื่องการถือครองหุ้นสื่อและการเสนอแก้ไขมาตรา 112

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายพิธากำลังเผชิญบททดสอบทางการเมืองครั้งสำคัญในขณะที่รัฐสภาจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีเดิมพันสูง ที่ยังอาจเป็นบททดสอบความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรคของนายพิธาอีกด้วย รอยเตอร์ระบุว่า แม้นายพิธา ผู้นำพรรคก้าวไกลคว้าชัยชนะการเลือกตั้งได้อย่างน่าประหลาดใจ จะได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวในการโหวตวันนี้ แต่เขากำลังเผชิญความท้าทายใหญ่ในการจะได้เสียงสนับสนุนมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 376 เสียงของทั้งสองสภาหรือไม่ เนื่องจากความมุ่งมั่นของนายพิธาในการผลักดันวาระต่างๆ ที่มีความก้าวหน้า ทำให้เกิดขัดแย้งกับขั้วอนุรักษนิยมที่ยังทรงอำนาจและกลุ่มทุนเก่าที่มีอิทธิพลต่อการเมืองไทยมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ และเกือบจะแน่ใจได้ว่าพยายามที่จะขัดขวางนายพิธาในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้

Advertisement

รอยเตอร์ยังคาดว่าจะเกิดความวุ่นวายมากขึ้นได้หากนายพิธาไม่สามารถชนะการโหวตครั้งนี้ เนื่องจากพรรคก้าวไกลได้รับการสนับสนุนอย่างมหาศาลจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนุ่มสาวและได้รับความนิยมในเมืองหลวง นอกจากนี้ความไม่ลงรอยที่เกิดให้เห็นในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ของพรรคร่วม หากนายพิธาล้มเหลวในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พรรคร่วมรัฐบาลก็จะจะต้องตัดสินใจว่าจะสนับสนุนนายพิธาอีกครั้งหรือไม่ ในการโหวตรอบต่อไปซึ่งกำหนดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ หรือจะเสนอชื่อผู้สมัครคนอื่นแทน ซึ่งถือเป็นบททดสอบความเหนียวแน่นของพรรคร่วม 8 พรรคในความพยายามจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป