ด้อมส้มโคราช ผิดหวังผลโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ผ่าน
นครราชสีมา – เวลา 17.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 บรรยากาศในตัวเมืองโคราช บรรดา “ด้อมส้ม” ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ต่างไปรวมตัวกันอย่างคึกคัก โดยที่ร้านคลาส คาเฟ่ สาขาวัดบูรพ์ ถนนกุดั่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีนำทีวีขนาดใหญ่ มาเปิดให้ชมการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภา พร้อมกับจัดเก้าอี้ให้ผู้ที่มาร่วมลุ้นการโหวตนายกรัฐมนตรีได้ชมอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกล ซอยลำปรุ 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ก็มีการจัดเตรียมเก้าอี้ทั้งภายในและภายนอกศูนย์ฯ วางเรียงไว้ให้ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ได้รับชมการถ่ายทอดสดโหวตเลือกนายกฯ เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีส้มเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายพิธา

โดยหลังจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ได้ประกาศปิดการใช้สิทธิลงคะแนนโหวตเลือกนายพิธาฯ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 17.50 น. ได้มี ส.ส.ออกมาพูดถึงเรื่องการขอแก้ไขการโหวตเสียง ทำให้ ส.ส. และ ส.ว.บางคนออกมาชี้แจงและแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อจากนั้น ประธานรัฐสภา จึงประกาศผลการโหวตฯ

โดยโหวตเห็นชอบ มีจำนวน 324 เสียง มาจากเสียงของของ ส.ส. 311 คน และจาก ส.ว.อีก 13 คน ส่วนโหวตไม่เห็นชอบมี 182 เสียง เป็นเสียงจาก ส.ส. 148 คน และจาก ส.ว. 34 คน นอกนั้นโหวตงดออกเสียง จำนวน 199 คน โดยเป็น ส.ส. 40 คน และ ส.ว. 159 คนที่งดออกเสียง
ซึ่ง พ.ต.วินัย สายต่างใจ อายุ 61 ปี หนึ่งในผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลที่มาเกาะติดการโหวตเลือกนายพิธาเป็นนายกฯ กล่าวว่า โดยส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจบ้าง แต่ก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะมองว่าผลออกมาอย่างนี้ก็ดี ทำให้รู้ว่ามีคนที่ไม่มากี่คนและงดออกเสียงกี่คน

ซึ่งตนเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะโหวตรอบ 2 รอบ 3 ได้อีก ที่อาจจะทำให้ทาง ส.ส. หรือ ส.ว. เปลี่ยนใจก็ได้ และเชื่อว่าทางพรรคก้าวไกลก็ได้มีการคาดการณ์ไว้แล้ว ก็คงจะไปเรียนชี้แจงกับผู้ที่งดออกเสียงเพราะความลังเล หรือได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หรือเป็นเพราะสถานการณ์พาไป ให้กลับมาออกเสียงสนับสนุนก็ได้ ก็ยังมีความหวังเพราะศาลรัฐธรรมนูญให้โอกาสโหวตได้อีกหลายรอบขึ้นอยู่กับทางรัฐสภา ซึ่งเท่าที่ดูเสียงของพรรคร่วมก็มาเต็มและมีเสียงจาก ส.ว.มาเพิ่มด้วย ก็คิดว่ายังมีเวลาอยู่ที่จะทางพรรคจะสามารถไปโน้มน้าวชี้แจงอธิบายข้อมูลกับ ส.ว.ที่งดออกเสียงเหล่านั้นได้ ซึ่งคิดว่าการโหวตครั้งที่ 2 ผลน่าจะออกมาชัดเจนกว่านี้ ส่วนปฏิกิริยาของกลุ่มก้อนด้อมส้มที่ออกมาเคลื่อนไหว ก็ถือเป็นการแสดงออกตามสิทธิที่พึงมีตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตนคิดว่า ไม่น่าจะรุนแรงและไม่ได้มองว่าเป็นการกดดันอะไร

