กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม สารคาม รวมตัวแสดงสัญลักษณ์หลังพิธาพ่ายโหวตนายกฯ
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ที่ลานชั้น 1 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม และนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมตัวแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วย ภายหลังจากที่การโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ผ่านการโหวตในสภา
โดยกลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคมได้ออกแถลงการณ์ ขอให้กลุ่ม ส.ว.ยอมรับผลการเลือกตั้ง ที่ประชาชนได้ลงคะแนน ซึ่งทางกลุ่มบอกว่าไม่ได้เสียใจที่วันนี้นายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เสียใจที่ผลการโหวตไม่เป็นไปตามเสียงของประชาชน พร้อมติดบอร์ดให้ นิสิต แสดงความคิดเห็นว่าหากยกเลิก ส.ว.แล้ว กลับไปใช้สภาเดี่ยว จะมีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาตอบว่าอยากให้ยกเลิก ส.ว., สภาเดี่ยวคงเพียงพอต่อการออกกฎหมายและปกครองประเทศ เพราะมีคนหลากหลายกลุ่มอยู่ในสภาผู้แทนแล้ว ไม่จำเป็นต้องมี ส.ว.เพิ่มมาอีก, ประเทศไทยน่าจะเหมาะกับสภาเดี่ยวมากกว่าเพราะที่ผ่านมาทำให้ประเทศไทยได้เรียนรู้แล้วว่าการมี ส.ว.ทำให้ประเทศตกต่ำแค่ไหน เป็นต้น

โดยแถลงการณ์กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม ระบุว่า ยอมรับผลการเลือกตั้งและนำพาประเทศไทยเดินหน้าเพื่อความผาสุกของประชาชน หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ที่ผ่านมานั้น ผลของการเลือกตั้งได้ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2566 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าผลการเลือกตั้งดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนชาวไทยที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงด้วยการเลือกพรรคตามเจตจำนงเสรี และตามวิถีประชาธิปไตย ซึ่งพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียงที่สูงสุดต้องได้รับอาณัติใน
การเป็นรัฐบาลของประชาชน

แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 การเลือกตั้งที่ผ่านมา ถึงแม้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะเลือกตั้งท่วมท้นของผู้มาใช้สิทธิแต่กลับไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยได้ตามหลักการ จากการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และปฏิกิริยาขององค์กรอิสระต่างๆ พิสูจน์ให้เห็นถึงอำนาจเถื่อนนอกระบบโครงสร้างอำนาจรัฐ ซึ่งแฝงอยู่ในรัฐธรรมนูญที่ถูกสร้างขึ้น ด้วยน้ำมือของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. และองค์กรอิสระ กลุ่มคนเหล่านี้มีหน้าที่ควบคุมพรรคการเมือง และคอยเป็นเบี้ยล่างใต้ตีนของทหารเพื่อการสืบทอดอำนาจ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นอุปสรรคอันสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลตามเสียงของประชาชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทั่วทุกหย่อมหญ้า และเพื่อสร้างสเถียรภาพทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยให้เกิดความเข้มแข็งต่อไป

กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม จึงขอเรียกร้องความชอบธรรมทางการเมืองให้กับพรรคการเมืองได้รับชัยชนะครองเสียงข้างมากให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 250 คน และทุกพรรคการเมืองต้องยอมรับมติการเลือกตั้งของประชาชนเพราะผลการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้น แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความต้องการที่จะทำลายโครงสร้างเผด็จการที่แฝงตัวอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งจะนำพาประเทศไทยไปสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริง

