หน้าแรก Election Slide ส.ว.เสรี-ประพ...

ส.ว.เสรี-ประพันธ์ รุมขวาง งัดข้อบังคับ ปิดทางเสนอชื่อ ‘พิธา’ รอบ 2

14.07.23 | 12:36 น.

“เสรี” เตรียมงัดข้อบังคับ 41 ปิดทางโหวต “พิธา” นายกฯรอบ 2 ชี้ช่องเสนอชื่ออื่นคู่กับ ”พิธา” มีโอกาสเป็นไปได้ แจงเอกสารขั้นตอนโหวตนายกฯ หลุด แค่ข้อหารือในกลุ่ม ยันไม่มีใบสั่งจากใคร


เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงกระแสข่าวที่สมาชิกวุฒิสภาจะนำข้อบังคับที่ 41 ในการประชุมรัฐสภามาใช้ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ที่จะเสนอญัตติเดิม ไม่สามารถทำได้ของการประชุมรัฐสภา ที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคมว่า แนวทางดังกล่าว เป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา ซึ่งกำหนดไว้ว่าการเสนอญัตติ เมื่อมีการเสนอและตกไปแล้ว จะไม่ให้เสนอซ้ำในสมัยประชุมนี้ เว้นแต่ว่าได้รับอนุญาตจากประธานรัฐสภาว่ามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง อาทิ ญัตติที่ผ่านมาคือเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แต่หากมีการเสนอเหมือนเดิมกลับเข้ามาอีกครั้ง ไม่สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเสนอนายพิธา พร้อมกับเสนอคนอื่นสามารถทำได้หรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า มีโอกาสเป็นไปได้ หากประธานรัฐสภาอนุญาต เมื่อถามย้ำว่าแนวทางดังกล่าว มาจากนายเสรีเองหรือ ส.ว.คนอื่นร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย นายเสรี กล่าว เป็นการพูดคุยกันในกลุ่ม ส.ว.

เมื่อถามถึงเอกสารหลุดออกมาเพื่อให้ ส.ว.ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวหากประชุมรัฐสภาในครั้งที่ 2 ให้หยิบยกเรื่องข้อบังคับ 41 ขึ้นมาพิจารณาเหมือนมีใบสั่ง นายเสรี กล่าวว่า ไม่หรอก เป็นเพียงการหารือกันในกลุ่ม เพราะเวลาเสนอความเห็นแต่ละคนก็จะมีแนวทางของตัวเอง เป็นข้อเสนอที่ต้องพิจารณาร่วมกัน ไม่มีใครสั่งใครได้ เพราะเป็นมุมมองในข้อกฎหมาย ส่วนที่มีการส่งกันในไลน์ ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนสมาชิกได้ทราบ ไม่ได้เป็นเรื่องการสั่ง

Advertisement

ถามว่าที่ผ่านมามี ข้อมูลหลุดมาจากไลน์ของ ส.ว.บ่อยครั้ง กังวลหรือไม่ว่าจะมีหนอนบ่อนไส้ นำข้อมูลมาให้พรรคก้าวไกล นายเสรี กล่าวว่า ไม่ห่วง เพราะคนหมู่มาก ย่อมมีความเห็นต่าง และคนเห็นต่างก็นำไปส่ง ช่วงหลังจึงมีการระมัดระวังมากขึ้น เพราะหากเสนอความเห็นอะไรไปแล้ว และไปกระทบการทำงาน ก็ไม่ควรที่จะเสนอกันเข้ามาในไลน์ ไม่ต้องห่วงว่าถ้าพรรคก้าวไกลจะทราบในเรื่องดังกล่าวหรือไม่เพราะคนเป็นร้อยคน ก็ต้องมีคนรู้จักกันบ้าง ซึ่งต้องมีอยู่แล้ว

เมี่อถามว่า ส่วนท่าทีของ ส.ว.หลังจากลงมติเลือกนายกฯไปเมื่อวันที่ 13 ก.ค.จะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายเสรี กล่าวว่าต้องรอดูว่า ส.ส.จะเสนอชื่อใครเข้ามาเป็นนายกฯต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ส.ว.จะต้องพิจารณาต่อไป

ด้าน นายประพันธ์ คูณมี ส.ว. กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 2 จะเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อีกครั้งว่า กรณีชื่อของนายพิธานั้นจบแล้ว เพราะนายพิธาได้เสียงเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกของสองสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 จึงทำให้ญัตติดังกล่าว เป็นอันตกไป

“ดังนั้น กรณีจะเสนอชื่อนายพิธาให้โหวตอีกครั้งนั้น ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาถือว่าทำไม่ได้ เพราะญัตติตกไป ถือว่าจบแล้ว และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 กำหนดว่าญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติที่มีหลักการเดียวกันเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ไม่มีการลงมติหรือประธานสภาอนุญาต เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากจะนำญัตติเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีกลับมาอีกในสมัยประชุมปัจจุบัน ต้องมีเหตุเปลี่ยนแปลงตามมาตรา 272 วรรคสองเท่านั้น”

นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า มาตรา 272 วรรคสอง นั้นตามหลักการหากโหวตครั้งแรกไม่สามารถได้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าด้วยเหตุใด ประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจที่จะเปิดให้มีการลงคะแนนใหม่เองได้ ต้องให้สมาชิกรัฐสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ตามมาตรา 272 วรรคสอง เท่านั้น และต้องได้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสองสภา หรือ 500 เสียง จึงจะทำให้นายพิธา ในฐานะผู้ที่เคยได้รับการเสนอชื่อให้โหวตเป็นายกรัฐมนตรี กลับมาเสนอได้อีก หากดำเนินการใดๆ นอกจากแนวทางนี้ ย่อมไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

“เมื่อรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติไว้เช่นนี้แล้ว จึงไม่เปิดช่องทางอื่นให้นายพิธา ถูกเสนอชื่อกลับมาให้รัฐสภาโหวตโดยง่าย หรือโหวตเลือกนายพิธาซ้ำซากไปเรื่อยๆ เหมือนนักกฎหมาย หรือพวกกุนซือสมองทื่อเสนอให้โหวตไปเรื่อยๆ จนสิ้นวาระของวุฒิสภา ด้วยเหตุนี้พรรคก้าวไกลและนายพิธาควรให้การศึกษาพวกด้อมส้มให้โปรดเข้าใจตามนี้ด้วย” นายประพันธ์ กล่าว

นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า หากในระหว่างนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเสนอชื่อนายพิธาให้รัฐสภาพิจารณา ดังนั้น จึงไม่ควรไปปลุกให้ความหวังพวกด้อมส้มแบบผิดๆ ควรยอมรับและเคารพมติโดยชอบของรัฐสภา หยุดปลุกมวลชนเพื่อสร้างปัญหาให้บ้านเมือง เพราะความดื้อรั้น มีแต่เกิดหายนะกับตนเอง