ส.ว.รณวริทธิ์ ร่ายเหตุผลโหวตงดออกเสียง ‘พิธา’ แม้ชอบ ‘ปลดล็อกสุราชุมชน’ เขียน จ.ม.ถึงลูก อย่ากลัวถูกแบน
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ภายหลังจากรัฐสภา ลงมติโหวต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ โดยมีเพียง 324 เสียง ที่เห็นชอบ ไม่ถึง 375 เสียง และมีเพียง 13 เสียงจาก ส.ว.เท่านั้น ที่เห็นชอบในครั้งนี้
- เปิดชื่อ 13 ส.ว. จากทั้งหมด โหวตเห็นชอบ ‘พิธา’ นั่งนายกฯ
-
ชาวเน็ตเดือด ผุดแท็ก #ธุรกิจสว กางกิจการ ส.ว.งดออกเสียง-ไม่เห็นชอบ พร้อมรับรถทัวร์
ล่าสุด นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล ส.ว. เครือข่ายเกษตร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แจงผลการลงมติไม่เห็นชอบครั้งนี้ โดยระบุว่า
“เรียนพี่น้องชาวร้อยเอ็ด และชาวไทย ทั่วประเทศ
ผมชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่า ผมจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหยิ่งในศักดิ์ศรีนักเรียน ‘ทุนภูมิพล’ และ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน
ผมไม่ได้มีปัญหากับคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผมชื่นชอบนโยบายหลายข้อของพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะด้านยาเสพติด และปราบปรามทุจริต ตลอดจนปลดล็อกสุราชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและอุดมการณ์ ของผม
ผมได้แจ้งเรื่องขอให้ยุติการก้าวล่วงมาตรา112 มาโดยตลอด และได้รับการปฏิเสธมาโดยตลอด
ดังนั้น เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน” โดยส่วนรวม กระผมจึงได้ “งดออกเสียง” ครับ”

โดยก่อนหน้านี้ นายรณวริทธิ์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
“13/07/66
ถึงลูกรักของพ่อ และเพื่อนเพื่อนทุกคนของลูกตามที่ลูกมีความวิตกกังวลในระดับสูงเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะโหวตกันในวันนี้เพราะหากพ่อไม่เลือกคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ลูกจะโดนต่อต้าน และเพื่อนเพื่อนจะเลิกคบกับลูก บางครั้งถึงอาจต้องมีเรื่องราวต่างๆ นานา ที่ไม่พึงประสงค์กับลูก ข้อนี้พ่อวิตกกังวลยิ่งนักเพราะลูกคือแก้วตาดวงใจของพ่อ
ลูกครับบอกเพื่อนเพื่อนของลูก ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย ไปเลยว่าพ่อเป็นนักเรียนทุนภูมิพลที่เรียนในระดับปริญญาตรี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เพราะหากไม่มีทุนภูมิพล ในวันนั้นก็จะไม่มีพ่อในวันนี้และก็จะไม่มีลูกเช่นเดียวกัน และพระมหากรุณาธิคุณอีกมากมายล้นพ้น ที่พระมหากษัตริย์ทรงมีต่อประเทศชาติบ้านเมืองจนสุดที่พอจะบรรยายได้ ครอบครัวของพวกเราเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ไว้เหนือเกล้าผู้ใดจะแตะต้องมิได้
ดังนั้นหาก คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกลมีนโยบายไม่แตะต้องมาตรา 112 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 แล้วพ่อก็ไม่มีข้อรังเกียจในตัวบุคคลและตัวพรรคที่จะไม่เลือกบุคคลดังกล่าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแต่หากตราบใดที่ ที่บุคคลดังกล่าวพรรคดังกล่าวยังมีแนวนโยบายที่จะล่วงละเมิดองค์พระมหากษัตริย์โดยการยืนยันว่าจะแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งก็เท่ากับเป็นการล่วงละเมิดองค์พระมหากษัตริย์พ่อไม่สามารถที่จะเลือกเขาเป็นนายกรัฐมนตรีได้
ลูกครับหากเพื่อนลูกไม่เข้าใจในเหตุผลของครอบครัวเราไม่เข้าใจในเหตุผลของความเป็นเราความเป็นวุฒิสมาชิกของพ่อเค้าจะใช้วิธีการบีบบังคับหรือใช้วิธีการรุนแรงใดใดก็แล้วแต่ ก็แสดงว่าเค้าจะบังคับให้เราทำตามที่เขาต้องการ แม้จะต้องล่วงละเมิดองค์พระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของครอบครัวเราแล้วก็จงอย่าได้แยแสและแคร์ที่จะรับเค้าเป็นเพื่อนหากเพื่อนๆ เข้าใจในความเป็นเราและจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และแผ่นดินเกิดแล้ว จงนับเค้าเป็นกัลยาณมิตรเกื้อกูลไปจนตลอดชีวิตของลูกจะเป็นสิริมงคลต่อชีวิตยิ่ง
หากเขาเป็นนักประชาธิปไตยเค้าต้องยอมรับในความเห็นต่าง และเคารพในความเป็นเพื่อนถ้าเค้าทำไม่ได้ก็เท่ากับเค้าเป็นโมฆะมิตร ให้ลูกจงจำไว้และยึดมั่นในองค์พระมหากษัตริย์ของเราลูกจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับไปทั่วเพราะความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดีพ่อขอให้กำลังใจกับลูก ว่าอย่าได้ท้อแท้หรือท้อถอยกับอุปสรรคครั้งนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระสยามเทวาธิราชจงปกป้องคุ้มครองครอบครัวเราให้ร่มเย็นเป็นสุข เราได้ทำดีที่สุดแล้ว พ่อขอยืนยัน”



