‘ประมวล’ ชี้ ‘ก้าวไกล’ ยื่นร่างปิดสวิตช์ ส.ว.แค่เชิงสัญลักษณ์ หวังตอกย้ำ ส.ว.เป็นตัวขวางทางนั่งเก้าอี้นายกฯ เผย ปชป.เตรียมประชุม ส.ส.เช้า 19 ก.ค. ก่อนโหวตนายกฯรอบ 2
วันที่ 14 กรกฎาคม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ซึ่งจะตัดอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าเพื่อหาทางออกกรณีที่ยังไม่สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ว่า ตนทราบข่าวว่าพรรคก้าวไกลยื่นร่างดังกล่าวต่อประธานรัฐสภาแล้ว ซึ่งเขาดำเนินการถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับ
ส่วนเหตุการณ์ข้างหน้าจะเกิดอะไร อย่างไรนั้นก็ค่อยว่ากันไปตามสถานการณ์ในเวลานั้น สำหรับพรรคประชาธิปัตย์พยายามแก้ไขสถานการณ์และปัญหาต่างๆ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ให้เกิดความแตกแยกหรือความไม่เรียบร้อยในบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม หลังจากพรรคก้าวไกลยื่นร่างแล้ว รัฐสภาจะต้องดำเนินการอีกหลายขั้นตอนซึ่งใช้เวลาอีกนานพอสมควร ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ปุบปับแล้วจบเลย
เมื่อถามว่ามองอย่างไรต่อการที่พรรคก้าวไกลดำเนินการเรื่องนี้ขณะที่จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯรอบ 2 ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ นายประมวลกล่าวว่า การโหวตเลือกนายกฯรอบ 2 ต้องดำเนินการต่อไปตามระเบียบและกฎหมาย ส่วนการที่พรรคก้าวไกลยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตอนนี้เป็นการทำเชิงสัญลักษณ์ และเขาต้องการแสดงให้เห็นว่า ส.ว.ที่มีอำนาจตามมาตรา 272 เป็นสาเหตุของปัญหาที่ทำให้แคนดิเดตของเขาไม่ได้เป็นนายกฯ แม้พรรคเขาจะได้เสียงจากประชาชน และรวบรวม ส.ส.จากพรรคต่างๆ จนเป็นฝ่ายเสียงข้างมากได้แล้วก็ตาม
เมื่อถามถึงกำหนดการนัดประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือถึงการโหวตนายกฯรอบ 2 นายประมวลกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าจะเรียกประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในเช้าวันที่ 19 ก.ค.นี้ ที่รัฐสภา เวลาประมาณ 08.30 น. ก่อนที่การประชุมรัฐสภาในวันดังกล่าวจะเริ่มขึ้น
ต่อข้อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากต่อกระแสข่าวที่ว่ามีสมการสูตรใหม่ในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีชื่อพรรคประชาธิปัตย์ด้วย นายประมวลกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้พูดคุย หรือติดต่ออะไรกับพรรคไหนทั้งนั้น ตนในฐานะที่เป็นประธาน ส.ส.ด้วย ก็ยังไม่ได้ยิน ส.ส.คนไหนในพรรคพูดเรื่องนี้ แม้ ส.ส.ของเราจะมีเพื่อนอยู่ต่างพรรค มีการพูดคุยอะไรกับเพื่อน ก็ว่ากันไป แต่การที่พรรคเราจะไปจับมือร่วมรัฐบาลหรือดำเนินการอะไรนั้น ต้องมีการประชุมกันตามกระบวนการภายในพรรคก่อน

