ปลุกล้อมสภา จับตา 19 ก.ค. ลั่น เลือกตั้งเพราะรักชาติ ‘เก็ท’ ยัน สู้หมดหน้าตัก
สืบเนื่องผลการโหวตนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย วานนี้ (13 ก.ค.) ซึ่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกฯ ได้รับเสียงสนับสนุนจากที่ประชุมรัฐสภา (ส.ส.และ ส.ว.) ไม่เพียงพอ โดย 324 เสียงในที่ประชุมเห็นชอบ แต่ยังขาดอีก 52 เสียงเพื่อให้เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา หรือ 376 เสียงนั้น
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เขตปทุมวัน กรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่าย Respect My Vote เคารพผลเลือกตั้งฟังเสียงประชาชน ซึ่งนำโดย แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.), กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และ 24 มิถุนาประชาธิปไตย เพื่อยืนยันเจตจำนงของประชาชน 14 ล้านเสียงซึ่งส่งผ่านการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ที่ต้องการให้นายพิธา เป็นนายกฯ

บรรยากาศเวลา 19.50 น. น.ส.อันนา อันนานนท์ กลุ่มนักเรียนเลว กล่าวปราศรัย เรื่อง ม.112 จากนั้นระบุว่า ตนขอปรบมือให้ 1 ส.ว. ที่ลาออกเมื่อวานนี้ ด้วยการปิดสวิตช์ตัวเอง และแนะนำให้ ส.ว.ที่เหลือลาออก ก่อนที่ประชาชนจะไล่คุณ เพราะกลัวจะจบไม่สวย โดยกลุ่มที่น่าตำหนิที่สุดคือ กลุ่ม ‘งดออกเสียง’
จากนั้นเวลา 19.56 น. มิ้ง เยาวชนร่วมกล่าวปราศรัย ต่อด้วย น.ส.แทนฤทัย แท่นรัตน์
ต่อมาเวลา 20.30 น. มีการแสดงดนตรี โดยศิลปินอิสระ พร้อมกล่าวให้กำลังใจพรรคก้าวไกล
เวลา 20.37 น. นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ กล่าวปราศรัย โดยถามประชาชนว่า ใครกำลังรอนโยบายขึ้นค่าแรง สวัสดิการผู้สูงอายุ รอการปฏิรูปการศึกษา รอการร่างรัฐธรรมนูญใหม่บ้าง

“ผมขอบอกความจริงที่น่าหดหู่ว่า ผู้มีอำนาจ จะทำทุกทางเพื่อขวางเรา แต่พวกเราเป็นประชาชน อำนาจสูงสุดเป็นของเรา แล้วจะไม่เห็นหัวพวกเราได้อย่างไร”
ผมขอย้ำจุดยืนว่า ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ถือเป็นส่วนเกินของระบอบประชาธิปไตย ถ้ากระดุมเม็ดแรกไม่สามารถติดได้ นโยบายต่างๆ สวัสดิการ และสิทธิอื่นๆ เกณฑ์ทหาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะไม่มีทางเกิดขึ้น เชื่อว่าทุกคนเห็น ตลอดการอภิปรายเมื่อวานนี้ ส.ว. พยายามบีบว่า ถ้าพรรคก้าวไกลไม่ถอยเรื่องแก้ ม.112 จะไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่ได้ตั้งรัฐบาล” นายโสภณกล่าว
นายโสภณกล่าวว่า ประเด็นเรื่องแบ่งแยกดินแดน ตนสะเทือนใจมาก ถ้าเราเห็นท่อน้ำรั่วในบ้าน แล้วเขาไล่เราออกจากบ้าน สมเหตุสมผลหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ท้าทายผู้มีอำนาจที่ประชาชนกำลังบอกว่า ประเทศนี้มีปัญหา กลับด่า ไล่เรา ชังชาติ ถามหน่อย ใครบ้างไม่รักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ที่ออกไปเลือกตั้ง ตรากตรำสู้ ก็ไม่ใช่เพื่อชาติหรือ
“มันจำเป็นที่จะต้องเปิดหน้าสู้ ออกมาสู่แสงสว่าง ยืนหยัดจุดยืนว่าเรา ประชาชนคือเจ้าของประเทศ ผมพร้อมใช้หยาดเหงื่อ หยาดเลือดสู้หมดหน้าตัก แม้จะเข้าคุกก็ไม่เสียใจ เพื่อเปิดประตูสู่ยุคสมัยใหม่และหวังว่าประชาชนจะออกมาร่วมสู้
เร็วๆ นี้ เพื่อนเราหลายคนอาจจะต้องเข้าคุก ขอให้ออกมาสู้ ออกมาแสดงเจตจำนงต่อไป อย่าทิ้งกัน อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะต้องก้าวไปด้วยกัน” นายโสภณกล่าว และว่า
“เก็บความแค้นไว้เป็นพลัง แล้วเปลี่ยนประเทศนี้ไปด้วยกัน ทุกคนคือเจ้าของประเทศ ”
จากนั้น ร่วมชู 3 นิ้วประกาศเจตจำนงการต่อสู้ร่วมกัน
“ใครใคร่ทำอะไร ทำ อย่าออกมาแต่โลกโซเชียล ออกมาให้เห็นว่าเราไม่ใช่อวตาร มีตัวตนจริงๆ
ผมขอประกาศจุดยืน จุดยืนของ กกต. อาจจะอยู่ที่ ส้นตี* แต่จุดยืนของประชาชน คือหัวใจที่ออกมาสู้ เราาจะย่ำเท้า ก้าวไปที่รัฐสภา ล้อมรัฐสภา ไปจับตาวันที่ 19 ก.ค.นี้ ประเทศไทยต้องได้นายกฯจากฉันทามติของประชาชนเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครใคร่ทำอะไร ทำ
ย้ำอีกที 19 ก.ค. พบกันที่รัฐสภา ถ้า ส.ว.ไม่ทำงาน ก็ออกไป ” นายโสภณกล่าว
จากนั้น เวลา 20.50 น. ยุติการชุมนุม


