หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการ กรณีพรรคก้าวไกลยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา โดยยกเลิกมาตรา 272 ในบทเฉพาะกาลที่ให้อำนาจวุฒิสมาชิกมีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อคืนอำนาจในการเลือกนายกฯให้กับประชาชน หรือปิดสวิตช์ ส.ว.

พนัส ทัศนียานนท์
อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เป็นการส่งสัญญาณของพรรคก้าวไกลที่ชัดเจนมาก เพื่อยืนยันหนักแน่นว่า ถึงอย่างไรก็ไม่ถอยเรื่องนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน เข้าใจว่าคนที่เสนอความคิดนี้คือ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เท่าที่ฟัง มีความเป็นไปได้ อยู่ที่ว่ากลไกของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกว่า 310 คน ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ หมายความว่า พรรคร่วมรัฐบาลต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ สำคัญที่สุดคือพรรคเพื่อไทย ต้องเคียงบ่าเคียงไหล่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ว่าใครจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม
ถ้าจะผลักดันกันจริงๆ เพื่อให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ที่สำคัญจริงๆ อยู่ที่ ส.ว. เพราะการแก้รัฐธรรมนูญก็ยังต้องอาศัยรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ในเบื้องต้น ต้องหา ส.ว.ให้ได้ก่อน 84 คน ที่ต้องร่วมให้ความเห็นชอบด้วย ร่างแรกจึงจะผ่านไปได้ ถ้าคิดจะรวบรวมกันจริงๆ ดูจากการที่ ส.ว.งดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ในการโหวตเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลายคนอ้างว่าต้องการปิดสวิตช์ตัวเอง ประกอบกับว่า การผ่านรัฐธรรมนูญครั้งก่อน เกี่ยวกับมาตรานี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถ้าจำไม่ผิด มี ส.ว.ยอมปิดสวิตช์ตัวเองหลายคน ถ้ามีการเตรียมการให้ดี โดยเฉพาะการทำงานให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วผลักดันให้เต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือการเจรจากับ ส.ว. ถ้าทำตรงนี้ให้ดีๆ จะผลักดันให้ผ่านได้
เชื่อว่าหากร่วมมือกันอย่างจริงจัง แล้วไปสร้างแนวร่วมกับทาง ส.ว.ที่มีเหตุมีผล และไม่อยากทำตัวให้ถูกคนทั้งประเทศรุมประณาม คิดว่าคนกลุ่มนี้มีมากพอสมควร ถ้าจะเอา ส.ว.มาช่วยในแง่การลงมติยอมให้ผ่านร่างแก้รัฐธรรมนูญได้ โอกาสสำเร็จก็มีมาก
อีกประการหนึ่งคือ เรื่องของระยะเวลา สำคัญมาก ถึงอย่างไรต้องใช้เวลาก็เป็นเดือน และอย่างที่เราทราบกันว่า ส.ว.ชุดนี้เหลือเวลาอีกเพียง 10 เดือนเท่านั้น
ทางเลือกขณะนี้มี 2 อย่างเท่านั้น คือ 1.แก้รัฐธรรมนูญอย่างที่กล่าวมา 2.หาทางเจรจากับ ส.ว.กลุ่มที่งดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกฯครั้งแรก เพื่อให้ได้จำนวนที่สามารถตั้งนายกฯได้ ทั้ง 2 อย่างนี้ต้องนำมาชั่งน้ำหนักว่าอย่างไหนน่าจะทำได้สำเร็จได้เร็ว ง่ายและทันเหตุการณ์กว่ากัน
ส่วนตัวคิดว่าน่าจะต้องพิจารณาตรงนี้อย่างจังมากๆ ว่าทางไหนมีความเป็นไปได้มากที่สุด

เศวต เวียนทอง
อาจารย์สาขารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์ มมร.วิทยาเขตล้านนา
พรรคก้าวไกลยื่นประธานสภา เพื่อขอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 หวังปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่มีสิทธิโหวตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าเป็นการกดดันร่วมกับพลังประชาชนหรือม็อบนอกสภาให้ ส.ว.สนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ให้ได้ แต่การแก้ไข ม.272 ต้องใช้เสียงสนับสนุนรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 376 เสียง จาก 750 เสียง เหมือนโหวตนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องยาก แก้มาตราดังกล่าว ส.ว.คงไม่ยอม
เนื่องจากถูกลิดรอนอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้น โอกาสแก้รัฐธรรมนูญผ่านจึงเป็นไปไม่ได้เลย นายพิธายังเหลือโอกาสโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี อีก 2 ครั้ง มีแนวโน้มว่ารัฐสภาไม่สนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกรัฐมนตรี แข่งกับนายพิธา เป็นไปได้ว่ารัฐสภาอาจเลือก พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯคนใหม่ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยบริหารประเทศได้
สังเกตปฏิกิริยาของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย สนับสนุน พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี แทนนายพิธา หากโหวตนายกฯไม่ผ่าน 3 ครั้ง โดยระบุว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจ เป็นคนมาทีหลัง มีแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ทำรัฐประหารยึดอำนาจเพียงคนเดียวเท่านั้น
กรณีมีผู้เสนอให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเสนอผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนพรรคก้าวไกล ถ้าโหวตนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ผ่าน 3 ครั้งนั้น เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยอาจปฏิเสธ หรือไม่เสี่ยงเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง เนื่องจากประกาศสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด ถ้าทำเช่นนั้น อาจเสียมวลชนสนับสนุน หรือเลือกตั้งครั้งหน้าอาจสูญพันธุ์ได้ จำเป็นต้องรักษาคะแนนนิยมและฐานเสียงไว้เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในโอกาสข้างหน้าดีกว่า ไม่ถูกตราหน้าทรยศหักหลังพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ด้วยกัน
สุดท้ายการโหวตนายกรัฐมนตรีและตั้งรัฐบาลใหม่ เป็นเกมชิงอำนาจทางการเมือง และผลประโยชน์เครือข่ายเท่านั้น โดยไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากนัก เพราะอำนาจและเงินตรา ไม่เข้าใครออกใคร ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนกำหนดเกม และควบคุมไปทิศทางใดมากกว่า

รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์
นักวิชาการจังหวัดนครราชสีมา
ก ารยื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อไม่ให้ ส.ว.มีสิทธิเข้ามาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยส่วนตัวแล้วมองว่า การที่พรรคก้าวไกลพยายามยื่นเสนอแก้ไข ก็รู้อยู่แล้วว่ายากกว่าการให้ ส.ว.มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสียอีก เพราะเรื่องการ แก้ไขมาตรา 272 ก็เคยมีนักการเมืองเสนอแก้ไขมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้งเดียว แต่ที่พรรคก้าวไกลเสนอเรื่องนี้มาอีกเป็นเพียงยุทธศาสตร์หนึ่ง ที่จะให้ประชาชนได้รับรู้ถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของ ส.ว.ที่งดออกเสียง อ้างว่าต้องการปิดสวิตช์ตัวเอง เพราะถ้า ส.ว.ไม่ยอมให้แก้ไข แสดงว่า ส.ว.ไม่ได้ต้องการปิดสวิตช์ตัวเองอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน หากพรรคก้าวไกลยังต้องการที่จะเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่อีกภายใต้เงื่อนไขเดิม ผลการโหวตก็จะออกมาเหมือนเดิม นอกเสียจากว่าพรรคจะยอมถอยเรื่องแก้ไข ม.112 เป็นข้ออ้างของ ส.ว.และพรรคการเมืองฝั่งที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วม ใช้เป็นเหตุผลไม่ยกมือโหวตให้
แม้ว่าจะถอย ม.112 แล้ว ก็ไม่มั่นใจว่า ส.ว.จะยกมือให้หรือไม่ เพราะยังมีหลายนโยบายของพรรคก้าวไกล ที่ ส.ว.ไม่เอาด้วย ดังนั้นมีทางเลือกอยู่แค่ 2 ทางเท่านั้นที่พอจะเป็นไปได้
คือ 1.พรรคก้าวไกลอาจจะยอมให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ 2.พรรคก้าวไกลยอมถอยออกไปเป็นฝ่ายค้าน
หากเลือกแนวทางที่ 1 หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส.ว.ก็อาจจะยกมือโหวตให้เชื่อว่าจะได้เสียงจาก ส.ว.เพิ่มขึ้นกว่าเดิมแน่ แต่จะถึง 376 เสียงหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะมีกระแสข่าวว่า ส.ว.หลายคนไม่อยากให้พรรคก้าวไกลอยู่ร่วมรัฐบาลเลย ส่วนแนวทางที่ 2 พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้านเลย แล้วรออีก 4 ปี ค่อยว่ากันใหม่ เนื่องจากพรรคก้าวไกลยังยึดถือจุดยืนเดิมอยู่อย่างเหนียวแน่น และมั่นใจว่าจะมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มขึ้นจากจุดยืนนี้
ถ้าเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยต้องไปจับมือกับพรรคการเมืองฝั่งตรงข้าม เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการละทิ้งอุดมการณ์เดิม จะเสี่ยงที่จะทำให้มวลชนที่เคยสนับสนุนทิ้งพรรคไปได้ นอกจากนี้ยังมีแนวทางอื่นที่หลายคนเสนอมา เช่น พรรคก้าวไกลไปดึงเอาพรรคภูมิใจไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล พรรคเดียวก็เพียงพอที่จะสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีชนะได้ แต่ก็ต้องยอมเสียตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ ไปหลายกระทรวงให้พรรคภูมิใจไทย ทางพรรคก้าวไกลคงไม่ยอมแน่ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดขณะนี้ก็คงจะเป็นยอมถอยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นอกจากพรรคก้าวไกลจะมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลแล้ว ในสายตาประชาคมโลกยังมองว่ารัฐบาลชุดนี้มีความชอบธรรม เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยมากกว่าการที่จะให้พรรคเพื่อไทยไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ แล้วยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มี ส.ว.พร้อมที่จะยกมือให้
เพราะต่างชาติเขาก็มองว่า ส.ว.ก็คือผลพวงจากการทำรัฐประหารที่มี พล.อ.ประวิตรร่วมอยู่ด้วยนั่นเอง

