เปิดปูม 13 ส.ว.โหวตหนุน‘พิธา’นายกฯ
หมายเหตุ – เปิดประวัติสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้ง 13 คน ที่ออกเสียงเห็นด้วย สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 โดยได้เสียงสนับสนุน 324 เสียง ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา

1.นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์
เกิดวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 อายุ 79 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี
ปัจจุบัน เป็นข้าราชการบำนาญและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล และดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภาไทย ชุดที่ 12
สำเร็จการศึกษาจาก แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ยังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต โภชนาการ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology (MIT)) รวมถึงสำเร็จสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โภชนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล
ผ่านตำแหน่ง ที่ปรึกษาโครงการพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ระดับ 11 มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและโภชนาการขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สำนักงานใหญ่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

2.นพ.อำพล จินดาวัฒนะ
เกิดวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2495 อายุ 71 ปี
จบการศึกษา แพทยศาสตรบัณฑิต ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาศาสตรบัณฑิต วิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล Master of Public Health Health development Institute of Tropical Medicine
หนังสืออนุมัติฯ เวชศาสตร์ป้องกัน แพทยสภา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ การแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
ผ่านตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ปัจจุบัน เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา, กรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา

3.พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา
เกิดวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2501 อายุ 65 ปี
จบรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผ่านตำแหน่ง เคยรับราชการตำรวจ สังกัดกองบังคับการกองปราบปราม เคยเป็น รอง ผกก.กองปราบฯ ก่อนตัดสินใจลาออกและมาทำงานในสำนักงาน กกต.ฝ่ายสืบสวน จากนั้นได้พิจารณาเลื่อนเป็นรองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินัย ปี 2550 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
ปี 2561 ได้รับเลือกเป็น เลขาธิการ กกต. วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี ก่อนจะลาออกเนื่องจากมีรายชื่ออยู่ในบัญชีสำรอง ส.ว.ลำดับที่ 8

4.นายเฉลา พวงมาลัย
เกิดวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2500 อายุ 66 ปี
จบการศึกษา ครุศาสตร์บัณฑิต อุตสาหกรรมศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ครุศาสตร์มหาบัณฑิต การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
ปัจจุบันเป็น ข้าราชการบำนาญ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย ราชบุรี

5.นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล
เกิดวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2520 อายุ 46 ปี บุตรชาย อาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
จบการศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต อิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคนเบอร์ร่า
ประสบการณ์ทำงาน รับราชการเป็น อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และเป็นรองเลขานุการจุฬาราชมนตรี
ปี 2562 ได้รับการแต่งตั้งเป็น ส.ว. ได้รับเลือกเป็น โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม วุฒิสภา

6.นายพีระศักดิ์ พอจิต
เกิดวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2503 อายุ 63 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์
จบการศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา,
คณะศิลปศาสตร์ (ปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ผ่านตำแหน่ง เป็นอัยการพิเศษประจำกรมช่วยราชการสำนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์
ปี 2549 ได้รับเลือกตั้ง เป็น ส.ว.อุตรดิตถ์ รวมทั้งเคยเป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์
ปี 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

7.นายพิศาล มาณวพัฒน์
อายุ 66 ปี จบการศึกษา ปริญญาตรีเกียรตินิยมด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน
ปริญญาโทด้าน London School of Economics and Political Science, England (Master of Science Economics)
ผ่านตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียม (กรุงบรัสเซลส์)

8.นายมณเฑียร บุญตัน
เกิดวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2508 อายุ 58 ปี ชาว จ.แพร่
จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับทุนการศึกษา ศึกษาต่อด้านศิลปศาสตร์การดนตรี ที่มหาวิทยาลัยเซนโอลาฟ และมหาวิทยาลัยมินนิโซตา รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา
ผ่านตำแหน่ง สนช. นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย, รองประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 2 (พ.ศ.2560-2563) ในที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ หรือซีอาร์พีดี สมัยที่ 9 นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

9.นายวันชัย สอนศิริ
เกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2497 อายุ 69 ปี
จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประกอบอาชีพ ทนายความเป็นหลัก และได้รับแต่งตั้งเป็น สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
ปัจจุบัน เป็น เลขาธิการสภาทนายความ

10.นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์
เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม 2491 อายุ 75 ปี
จบการศึกษา ปริญญาโท University of Arkansas, US (Master of Arts in Economics Development)
ประสบการณ์ทำงาน อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
เป็น รองประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภา

11.นางประภาศรี สุฉันทบุตร
เกิดวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2494 อายุ 72 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี
จบการศึกษา ปริญญาตรีครุศาสตร์ บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาโทการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (2522) วิชาเอกการจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (Higher Education)
สมรสกับ นพ.หาญ สุฉันทบุตร ประกอบธุรกิจ กลุ่มโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ

12.ดร.สุรเดช จิรัฐิติเจริญ
เกิดวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2506 อายุ 60 ปี
จบการศึกษา วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต วิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นิติศาสตรบัณฑิต นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก
ผ่านตำแหน่ง สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เป็น ส.ว.ระหว่างปี 2551-2557

13.พล.ต.ท.ณัฏฐวัฒก์ รอดบางยาง
เกิดวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2502 อายุ 63 ปี ชื่อเดิม พล.ต.ท.จิตติ
จบการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 35
รับราชการตำรวจ ตำแหน่งสุดท้าย เป็น ผบช.ภ.2 ก่อนจะลาออกเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2562
ได้รับเลือกเป็น ส.ว.เมื่อปี 2562

