‘อสังหาฯ’ แนะให้โอกาส ‘พิธา’ โหวตนายกฯรอบ 2 ไม่ผ่านถึงคิว ‘พท.’ ขีดเส้น 1 เดือนได้รัฐบาล

15.07.23 | 22:25 น.

‘อสังหาฯ’ แนะให้โอกาส ’พิธา’ โหวตนายกฯรอบ 2 ไม่ผ่านถึงคิว ’พท.’ ขีดเส้น 1 เดือนได้รัฐบาล

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ผลจากการโหวตนายกรัฐมนตตรีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ออกมา โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ผ่านการโหวตรอบแรก ยังไม่สามารถจะตอบได้ว่าทิศทางการเมืองจะไปทางไหน ต้องรอผลการโหวตรอบสอง อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกอย่างดำเนินการไปด้วยความสงบเรียบร้อย อย่าเกิดเหตุวุ่นวาย และขอให้เร่งได้ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นใครก็แล้วแต่ และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายใน 1 เดือนนี้

ส.ค.ต้องได้รัฐบาลใหม่ปลุกลงทุน

“ในแง่ของภาคธุรกิจ ไม่อยากให้การโหวตนายกรัฐมนตรี การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ลากยาวเลยจากไทม์ไลน์เดือนสิงหาคมนี้ เพราะจะเป็นสุญญากาศต่อเศรษฐกิจของประเทศ หากสามารถฟอร์มทีมรัฐบาลได้ในสิงหาคม กว่าจะเริ่มงาน หรือเซตอะไรให้เข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลาอีก 1 เดือน ส่งผลเศรษฐกิจไตรมาส 3 ยังคงชะลอตัวและจะเริ่มฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 ไปแล้ว มาจากปัจจัยมีรัฐบาลใหม่และนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงไฮซีซั่นนี้” นายวสันต์กล่าว

นายวสันต์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากการเมืองไม่สงบ จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เกิดความวุ่นวายจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในแง่ของบรรยากาศการท่องเที่ยวและการลงทุน ทำให้ต่างชาติชะลอการตัดสินใจ เพื่อรอดูสถานการณ์การเมืองไทย ส่วนจะชะลอระยะสั้นหรือระยะยาวขึ้นอยู่การเมืองจะมีความชัดเจนเมื่อไร ทั้งนี้ การเมืองไทยเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากและยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรที่จะพลิกได้อีกหรือไม่

“ขออย่าให้ลากยาวนาน เพราะจะไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่เอกชนไทยรายใหญ่ก็รอดูสถานการณ์เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนโครงการใหญ่ ใช้เงินจำนวนมาก เสี่ยง และลงทุนระยะยาว อาจชะลอเพื่อตั้งรับกับสถานการณ์ยังไม่แน่นอน” นายวสันต์กล่าว

Advertisement

แนะให้โอกาส’พิธา’โหวตรอบ 2

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 2 วันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ทั้ง 8 พรรคการเมืองที่เอ็มโอยูกันไว้ ควรเสนอชื่อคุณพิธาอีกครั้ง แม้รอบแรกจะไม่ผ่านโหวตก็ตาม เพื่อเป็นการให้โอกาสคุณพิธาได้สร้างความเข้าใจถึงประเด็นต่างๆ ที่ดูหมิ่นเหม่ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะ ส.ว. เพื่อให้ได้เสียงเพิ่ม

“แต่หากคุณพิธายังไม่ผ่านโหวต ทางพรรคก้าวไกลต้องปล่อยให้พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการโหวตรอบ 3 ไม่ว่าจะเป็นคุณแพทองธารหรือคุณเศรษฐา ขณะที่ทั้ง 8 พรรค ต้องจับมือกันให้แน่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยต้องเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า” นายอิสระกล่าว

‘ซีอีโอไซมิส’ไม่ติด พท.ส่ง’เศรษฐา’ชิง

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไม่กังวลว่าจะนายกรัฐมนตรีจะมาจากพรรคก้าวไกลหรือพรรคเพื่อไทย เพราะทั้ง 2 พรรคได้คะแนนเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมาก สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้ว ยังไงพรรคเพื่อไทยน่าจะได้เป็นรัฐบาล เพราะมีความสัมพันธ์กับ ส.ว.ดีกว่าพรรคก้าวไกล และในการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 2 มีโอกาสต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ เนื่องจากคุณพิธามีแนวโน้มที่จะฝ่าด่าน ส.ว.ได้ยาก

“ในรอบ 2 พรรคเพื่อไทยน่าจะส่งชื่อคุณเศรษฐา โดยส่วนตัวมองว่าคุณเศรษฐาก็โอเค เป็นนักธุรกิจ มีความคิดทันสมัย ภายใต้สถานการณ์การเมืองเป็นแบบนี้ ต้องได้คนที่เป็นกลาง ไม่รุนแรงมากเกินไป” นายขจรศิษฐ์กล่าว

การเมืองทุบมู้ดซื้อบ้าน-คอนโด

นายขจรศิษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันด้วยสถานการณ์ต่างๆ ทั้งภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง ดอกเบี้ยขาขึ้น ยอดกู้แบงก์ไม่ผ่านสูง และการเมืองยังไม่นิ่ง ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียมไม่ค่อยดีอย่างที่คาด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าคนไทย แต่ยังดีที่ได้ลูกค้าต่างชาติเข้ามาเติม ล่าสุดมีลูกค้าจากจีนเข้าซื้อคอนโดมิเนียมของบริษัทที่พระราม 9 อีก 34 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 5-6 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่ารวม 200 ล้านบาท และซื้อล็อตใหญ่ที่สุขุมวิทประมาณ 20-30 ยูนิต ราคา 20 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่ารวม 500-600 ล้านบาท

“การเมืองมีผลต่อตลาดอสังหาฯบ้างในแง่ของกำลังซื้อ แต่ไม่มาก ซึ่งในแง่ของคนซื้อในส่วนของต่างชาติยังคงมีต่อเนื่อง แต่ในแง่ของนักลงทุนมีพันธมิตรเราเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นสนใจจะลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจาต่อรอง ได้สอบถามเข้ามาบ้างถึงสถานการณ์การเมือง ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐบาล จะตั้งเมื่อไหร่ ซึ่งในครึ่งปีหลังเรายังเดินหน้าโครงการอยู่ระหว่างสร้างทั้งบ้าน คอนโด โรงแรมทั้งโครงการและใหม่ที่อยู่ในแผน ในส่วนลงทุนโครงการใหม่ๆได้ชะลอในครึ่งปีหลังนี้” นายขจรศิษฐ์กล่าว

รับเหมาหวั่นงานประมูลสะดุดยาว

นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ขอให้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเร่งสรุปการโหวตผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีการใช้จ่ายงบประมาณใหม่ของปี 2567 และมีการประมูลงานใหม่โดยเร็ว หากยิ่งช้ายิ่งไม่ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากขณะนี้หน่วยงานภาครัฐรอดูความชัดเจนนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ยังไม่รู้ว่าจะมีการรื้อหรือเดินหน้าโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนาให้เดินหน้าต่อไปได้มากน้อยแค่ไหน

“หากตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะเกิดล้อฟรีการใช้งบลงทุนใหม่และงบประมาณปี 2567 จะล่าช้าออกไปอีก จากเดิมคาดว่าจะล่าช้าไป 6 เดือน งานประมูลโครงการใหม่ชะงักตามไปด้วยโดยธรรมชาติ” นายกฤษดากล่าว