ศิธา ย้ำ อย่าล้อเล่นศรัทธา ปชช. ขอ 8 พรรคจับมือให้มั่น ถาม ‘จะเอาชัยชนะใส่พานให้คนเดิม?’
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการ ‘ศิโรตม์มีเรื่องมาเคลียร์’ ทาง ‘มติชนทีวี’ ดำเนินรายการโดย นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
ในตอนหนึ่งว่า น.ต.ศิธา ตนเคยกล่าวไว้ตั้งแต่วันโหวตนายกฯ 13 กรกฎาคมแล้ว ว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่ เหมือนเป็นพิธีกรรมโดยมีบทสวด 3 บท บทแรกคือ 8 พรรครวมกัน วันนั้นสื่อถามว่า คิดว่าจะผ่านหรือไม่ ตนก็บอกไปตามตรงว่า ไม่ผ่าน เพราะเราเคยเห็นบรรยากาศในการจัดตั้งรัฐบาล ในการโหวตที่มีการสนับสนุนกันอย่างจริงจัง มันจะเป็นอีกแบบหนึ่ง
“ผมบอกแล้วว่าไม่ผ่าน และยืนยันส่วนตัวมาตลอด ว่าไม่ว่าจะเป็นใคร 1 ใน 4 ท่านของพรรคก้าวไกล และเพื่อไทย เรายินดีสนับสนุน แต่อยากให้ทั้ง 8 พรรคหรือหลักๆ 2 พรรคจับมือกันไว้ เหตุผลคือการที่พี่น้องประชาชนออกไปเลือกตั้ง เขาดูเจตนารมณ์ของพรรคการเมืองว่าคุณจะกำหนดให้ทิศทางของประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย หรือสืบทอดอำนาจให้เผด็จการต่อไป” น.ต.ศิธากล่าว
น.ต.ศิธากล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ส.ว.คือพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุด แต่กระบวนการประชาธิปไตย ประชาชนเลือกก้าวไกลและเพื่อไทย รวมกัน 292 เสียง ชนะพรรค ส.ว.ขาดลอย มิหนำซ้ำอายุมี 4 ปี ขณะที่ ส.ว. เหลือแค่ 10 เดือน เมื่อเล่นในเกมที่เผด็จการเขียนไว้ ตำบลกระสุนตกจะมาอยู่ที่เพื่อไทยและก้าวไกล ว่าคุณจะรวมกันไหม ใครแตกก่อนคนนั้นจะเป็นแบบที่เขาเรียกว่าสูญพันธุ์ อย่างน้อยคือเหลือไม่ถึงครึ่งของปัจจุบัน
“ในทางปฏิบัติเราเห็นแล้วว่า ใครถูกผลักเป็นฝ่ายค้าน การเติบโตแต่ละสมัย แบ่งตัวยิ่งกว่าอะมีบา ครั้งที่แล้ว ก้าวไกลได้ 88 โดนโกง โดนยุบพรรค มีงูเห่า เหลือ 50 ตอนนี้แตกตัว 3 เท่า กลายเป็น 151 ในครั้งนี้จะยัดเขาไปเป็นฝ่ายค้าน หรือ เขาได้ที่ 1 แต่ก็ยอมให้ตำแหน่งประธานสภา พอมาตรงนี้อีก บอก ยอมให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล เรากำลังจะข้ามบทสวดที่ 2 คือ เสนอชื่อคนใดคนหนึ่งใน 2 พรรค ไทยสร้างไทยซึ่งมีแค่ 6 เสียง เราสนับสนุนเต็มที่” นต.ศิธากล่าว
น.ต.ศิธากล่าวว่า การที่จะข้ามบทสวดที่ 2 ไป ซึ่งศรัทธาประชาชนที่มอบให้ฝั่งประชาธิปไตย โดยเฉพาะ 2 พรรค ให้ขจัดเผด็จการ เอาความยุ่งเหยิงออกไป จะล้อเล่นกับศรัทธาประชาชนอย่างนั้นหรือ

นายศิโรตม์ถามว่า การที่พรรคก้าวไกล ไม่ได้ทั้งตำแหน่งประธานสภา และสุดท้ายแล้ว หากไม่ได้ตำแหน่งนายกฯ อีก ทั้งที่เป็นพรรคที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 จะอธิบายกับคนไทยอย่างไร ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ เคยเกิดกับพรรคเพื่อไทยมาก่อน ในการเลือกตั้งปี 2562
น.ต.ศิธากล่าวว่า กฎเกณฑ์ต่างกัน ครั้งที่แล้ว การรวมกันของพรรคฝ่ายค้านได้คะแนนสูสีกันมาก แต่ครั้งนี้ชนะขาดลอย ประชาธิปไตยชนะขาดลอย เมื่อเพื่อไทยเคยโดนกระทำมาแบบนี้ วิธีการคือต้องตัดวงจรอุบาทว์ออกไป
“คนมองว่าผมเสี้ยมบ้าง แหย่บ้าง ไปอะไรกับเพื่อไทยบ้าง ผมไม่ได้มีอะไรเคืองกับเพื่อไทยเลย ระหว่างก้าวไกล กับเพื่อไทย ผมใกล้ชิดเพื่อไทยมากกว่า

ความรู้สึกของคนในพรรคเพื่อไทยก็แตกเป็น 2 อย่าง คนที่มองการเมืองระยะยาว มองว่าในครั้งหน้า เขาจะได้คะแนนกลับมาอย่างไร แต่อีกกลุ่มหนึ่งอาจมองเป็น last war ครั้งหน้าค่อยว่ากัน ครั้งนี้ขอเข้าสู่อำนาจก่อน” น.ต.ศิธากล่าว
น.ต.ศิธากล่าวว่า ตนไม่ต้องการให้เผด็จการมายุ่งเหยิงกับประชาธิปไตย อยากให้ส่งมอบอนาคตที่ดีที่สุดในลูกหลานในอนาคต ถ้าทำตามที่ตนบอก ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง จนถึงหลังเลือกตั้ง จะไม่มีปัญหาเหล่านี้ เพราะเพื่อไทยยังเป็นอันดับ 1 จะไม่มีช่องว่างให้ก้าวไกลพลิกมาชนะ
“เราจะเอาชัยชนะที่ได้มา ใส่พานกลับไปให้คนเดิมอย่างนั้นหรือ เราเคยถูกกระทำอย่างไร แล้วเราจะทำกับคนอื่นต่อไปอย่างนั้นหรือ ตอนนี้ก้าวไกลก็ยอมให้เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว หมายความว่า เขามี ส.ส. มากกว่าเพื่อไทย 10 คน แต่ให้เพื่อไทยเอาประธานสภาไปเลย เอานายกฯ ไปเลย เพราะอาจารย์วันนอร์ ไม่ต่างจากเพื่อไทย คือมีความสนิทสนมใกล้ชิด มาถึงขั้นนี้แล้ว จะบิดเบือนประชาธิปไตยไปถึงขนาดนั้นหรือ ประชาชนจะผิดหวัง” น.ต.ศิธากล่าว
นายศิโรตม์ถามว่า มองอย่างไรต่อกรณีที่ล่าสุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาบอกว่า พร้อมจะจับมือกับใครก็ได้ ให้ได้ตั้งรัฐบาล ยกเว้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หากก้าวไกลไปต่อไม่ได้ ให้เสียสละเป็นฝ่ายค้าน
น.ต.ศิธากล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะคิด แต่ถ้าเราจับมือกันให้มั่น การที่เราตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตำบลกระสุนตกจะไปอยู่ที่ ส.ว. ว่าคุณคือจระเข้ขวางคลอง ขวางประชาธิปไตย
“ผมว่าในระยะเวลา 1-2 เดือน เขาก็เปลี่ยนกันแล้ว ม้วนเสื่อกลับแล้ว จะขวางทำไม ในเมื่อรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่ชนะ แต่ถ้าเราไม่มั่นคง จะไปใช้กลไกที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยมาทำร้ายคนอื่นต่อไป แล้วเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลานว่านี่คือวัฒนธรรมการเมือง ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ผลประโยชน์อยู่ตรงไหน อำนาจรัฐอยู่ตรงไหน เราไปตรงนั้น เราจะทำให้มาตรฐานการเมืองไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปหรือ ผมว่านักการเมืองต้องกลับไปคิด และ 2 พรรคใหญ่ก็ต้องกลับไปสรุปกัน แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่มีมุมมองอย่างที่ผมได้บอกกล่าวไป” น.ต.ศิธากล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

