คอลัมน์หน้า 3 : ท่วงท่า การถอย ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ท่วงท่า ‘ถอยเป็น’
พลันที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ออกมาแถลงถึงความพร้อมที่จะยกบทบาทนำในการจัดตั้งรัฐบาลให้พรรคเพื่อไทย
“คำถาม” ก็ตามมาอย่างกึกก้อง “กัมปนาท”
บทสรุปร่วมจากทุกฝ่ายก็คือนี่เท่ากับเป็น “การถอย” ในทางการเมือง เท่ากับยอมรับว่าพรรคก้าวไกลไม่สามารถรับบท “นำ”
จำเป็นต้องมอบให้ “เพื่อไทย”ซึ่งเป็นพรรค “อันดับ 2”
คำถามที่ตามมาก็คือ การถอยของพรรคก้าวไกลครั้งนี้เป็นการถอยภายใต้กระบวนท่าอย่างไร
เหมือนถอยจากตำแหน่ง “ประธานสภา” หรือไม่
ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ เป็นการถอยอย่างมี “เงื่อนไข” มิได้เป็นการถอยอย่างหมอบราบคาบแก้วโดยสิ้นเชิง
ทำไมจึงถอยอย่างมี “เงื่อนไข”
หากมองอย่างเปรียบเทียบการถอยออกจากตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ก็เหมือนการถอยออกจากตำแหน่ง “ประธานสภา”
สัมพันธ์กับ “ภายใน” สัมพันธ์กับ “ภายนอก”
โดยพื้นฐานพรรคก้าวไกลรู้ดีจากที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมแล้วว่าผลจะออกมาอย่างไร
ถามว่าทำไมยังขอ “ลอง” อีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคม
ถามว่าทำไมเป็นการลองในลักษณะที่พรรคก้าวไกลเดินหน้าไปสู่การยื่นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 272
ทั้งๆ ที่มีโอกาส “สำเร็จ” น้อยอย่างชนิด “น้อยมาก”
ขณะเดียวกัน หากการสัประยุทธ์ใน 2 สมรภูมินี้ต้องพ่ายแพ้พรรคก้าวไกลก็สุกงอมที่จะยกฐานะการนำให้กับพรรคเพื่อไทย
ทั้งเป็นการยกให้อย่างมี “เงื่อนไข” อีกเช่นเดิม
เงื่อนไขอย่างสำคัญก็คือ 1 พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรจักต้องรักษาพันธสัญญาอันทำร่วมกันผ่าน MOU
1 โดยที่พรรคก้าวไกลยังเป็น
ส่วนหนึ่งแห่ง “พันธมิตร”
ใครก็ตามที่เห็นบทบาทของแกนนำสำคัญจากพรรคเพื่อไทย ประสานเข้ากับข้อเสนอเชิงเรียกร้องจากพรรคเสรีรวมไทย
ก็เริ่มมี “คำถาม” ว่า เส้นทางแห่ง “เงื่อนไข” จะดำเนินไปอย่างไร
อย่าว่าแต่เส้นทางในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 อย่าว่าแต่โอกาสที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะดำรงอยู่ในฐานะ “แคนดิเดต”นายกรัฐมนตรี
แม้กระทั่ง “เนื้อหา” ของ MOU ก็ไม่น่าจะ “คงที่”
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า “ปม” อันจะกลายเป็นปัญหาต่อไป 1 ย่อมมาจากพรรคก้าวไกล และ 1 ย่อมมาจากเนื้อหาภายใน MOU
“อนาคต” จะดำเนินและ“เป็นไป” อย่างไร
การถอยของพรรคก้าวไกล เงื่อนไขอันนำเสนออย่างเป็นระบบจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
จึงเหมือนกับเป็น “ระเบิด” เวลา
เพียงแต่เป็น “ระเบิด” ในมือ “เพื่อไทย”
เนื่องจากกระบวนการ “ถอย” ของพรรคก้าวไกล มิได้เป็นการถอยอย่างหนียะย่ายพ่ายจะแจ หากแต่เป็นการถอยอย่างมีการตระเตรียม วางแผน
เป็นการถอยในเชิง “ยุทธศาสตร์”ซึ่งมีลักษณะ “รุก”

